
(Photo from an official website)
เมื่อประมาณสองเดือนก่อน เพื่อนที่ฝรั่งเศสเล่าให้ฟังเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ มันเล่าซะจนอยากดูเอามาก ๆ (ก็เหมือนหนังเรื่องอื่น ๆ เพื่อนมันบอกด้วยว่า อ่านหนังสือสนุกกว่าเยอะ) ก็รอว่าเมื่อไหร่จะเข้าที่นี่ซะที สรุปว่าก็เพิ่งเข้าโรงหนังทีี่นี่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อกี๊ก็เลยมีโอกาสไปดูซะเลย
ไม่ผิดหวังเลย ความคิดเห็นก็คล้าย ๆ กับคุณ wat คือ ชอบการเดินเรื่องที่ไม่เยิ่นเย้อ เพลงประกอบ (โดยเฉพาะฉากเปิดตัว Laura Richis) แล้วก็ดารานำชาย Ben Whishaw โดยเฉพาะแววตา มันช่างเศร้า หม่นหมอง แล้วก็ดู obsessing ได้ใจจริง ๆ
หนังสร้างปารีสในยุคนั้นให้ดูแบบ เน่ามากอ่ะ จนมีความรู้สึกว่า สงสัยกาฬโรคจะระบาดง่ายในยุคนั้น
ดูหนังเรื่องนี้จบก็นึกต่อว่า เออ ถ้าเรามีประสาทรับกลิ่นพิเศษเหมือน Grenouille จะดีมั๊ยนะ คิดไปคิดมา ก็ไม่ดีแฮะ เพราะการรับกลิ่นนี่ เป็นอะไรที่ห้าม หรือหลีกเลี่ยงได้ยาก นึกถึงตอนเวลาขับรถผ่านฟาร์มหมู อะไรทำนองนี้ แบบทำยังไงก็ไม่หาย การมีจมูกพิเศษก็ไม่ได้หมายความว่า จะได้กลิ่นที่พึงประสงค์เสมอไป
จะว่าไปการได้กลิ่น ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงได้ยากที่สุด อย่างการมองเห็น ยังเบือนหน้าหนี การได้ยิน ยังพออุดหู การสัมผัส กับการับรส เรายังเลือกที่จะสัมผัสหรือไม่กินเพื่อไม่รับรสก็ได แต่ถ้าได้กลิ่นไม่พึงประสงค์เนี่ย (โดยเฉพาะกลิ่นที่กระจายในวงกว้าง) ปิดจมูกนาน ๆ ก็ไม่ได้ จะใส่หน้ากากก็ใช่ว่าจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการมีจมูกพิเศษ น่าจะเป็นพรสวรรค์ที่ไม่น่าจะพึงประสงค์ มากที่สุดแล้วมั๊ง…
ปล. ตอนแรกก็ไม่รู้ชื่อไทยของหนังว่าอะไร พยายามจะคิดเอง คิดแล้วก็ตลกดีแฮะ “Perfume: ฆาตกรจมูกสวรรค์ประทาน” ซะงั้น ฟังแล้วนึกถึงหน้าตือโป๊ยก่ายแทนซะงั้น
ชอบการเปรียบเทียบมนุษย์ในเรื่องนี้มากครับ เกรอนุยที่เติบโตขึ้นมาโดยไม่มีใครต้องการ การที่เกรอนุยไม่มีกลิ่น ก็เหมือนคนที่ไม่มีตัวตนในโลกนี้ พยายามไขว่คว้า หากลิ่น พลัง อำนาจ และต้องการเป็นที่ยอมรับ แต่ท้ายสุดทุกอย่างก็กลับสู่ความว่างเปล่า
ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง คือ ความสมดุลย์ของธรรมชาติ แต่จะว่าไป การไม่มีกลิ่น คือ กลิ่นที่หอมที่สุดหรือเปล่า
seem to be a very interesting movie
i must c it someday……..
happy new year ka………..
Happy New Year to you too krab.
nice pic!!!
เข้าไทยแล้ววันนี้ แต่ไม่มีเงินดู อนาถจิต! ดู trailer เมื่อเช้า แหร่มมากๆ