“Sex working is just not about stripping and having sex with clients. You need to know and have information to be able to talk and please your customers. If they want to talk about golf, you need to able to talk about it…”
เมื่ออาทิตย์ก่อน ช่วงที่อยู่ที่เชียงใหม่ ได้ไปที่ Empower หรือชื่อไทยว่า มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสิทธิ และการพัฒนาตนเอง ของกลุ่มผู้หญิงขายบริการ (sex worker)
จริง ๆ เคยได้ยินกลุ่มนี้บ้าง จากตอนดูในทีวี ตอนนั้นรู้สึกว่า กลุ่มผู้หญิงเหล่านี้ ค่อนข้างกล้า และเข้มแข็ง เพราะยอมให้รายการนั้น เปิดเผยหน้าตา ซึ่งผมก็รู้สึกอึ้ง ๆ ไม่ใช่น้อย เพราะถือว่าเป็นปรากฏการณ์ แปลกใหม่พอสมควร บนหน้าจอโทรทัศน์ ที่ผมรู้สึกว่า คงจะมีคนดูอีกหลายคน ไม่รู้สึกอายแทน ก็รู้สึกในทางลบ กับผู้หญิงเหล่านี้
ก่อนอื่น ผมต้องบอกไว้ก่อนว่า ความรู้สึกของผมที่มีต่อกลุ่ม Empower มีทั้งสองด้าน (จะได้ไม่ไปตีความเอาเองกันต่อ) ด้านแรก ผมรู้สึกว่า นี่เป็นกลุ่มคนที่น่าจับมอง เนื่องจากเป็นตัวอย่างของกลุ่มคนที่ถูกมองข้ามในสังคม (ด้วยความจงใจ) และพยายามเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองขาดหาย และไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ยังรู้สึกว่า อาชีพนี้มันล่อแหลมต่อศีลธรรม และจริยธรรมเหลือเกิน ซึ่งแน่นอน หากเรามองภาพของสังคมที่เป็น ideal ผมไม่แน่ใจว่า อาชีพนี้ยังมีอยู่หรือไม่ ถึงแม้ว่า จะมีการพิสูจน์ได้ว่า อาชีพนี้มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนทำให้รู้สึกไม่แน่ใจว่า ตัวเองรู้สึกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับองค์กรนี้
แหล่งข้อมูล อ้างว่า เป็นธุรกิจขายบริการเป็นธุรกิจที่นำรายได้ “เข้า” ประเทศมากที่สุด กลุ่มหนึ่ง (ประมาณหมื่นล้าน) แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐ ในขณะเดียวกัน หญิงบริการนี้ก็มิได้เป็นกลุ่มที่ติดเอดส์น้อยมาก (แม่บ้านและกลุ่มนักเรียน นักศึกษาต่างหากที่เป็นกลุ่มที่มีเชื้อ HIV มากที่สุด) เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ น่าจะตระหนักถึงภัย และมีความรู้เรื่อง HIV และ STDs มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำไปแต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังเห็นว่า เป็นกลุ่มที่ “สามารถ” เผยแพร่เชื้อเอดส์ได้ง่ายที่สุด
อย่างไรก็ตาม รากฐานที่ทำให้เค้ารู้สึกกล้าที่จะเผชิญกับการต่อสู้ และออกมาเปิดเผยตัวตนในสังคม คือ การนำเอามุมมองของ “ความเป็นมืออาชีพ” หรือ professional มาเป็นเกราะป้องกันตัว ซึ่งนั่นหมายถึง การให้ความสำคัญว่า การทำมาหากินแบบนี้ต้องอาศัยทั้ง “ความรู้” และ “ทักษะ” (หลายคนอ่านแล้วอาจจะหัวเราะคิกคัก) และนี่ก็ทำให้เป็นเส้นแบ่งระหว่าง หญิงบริการมืออาชีพ ที่เข้ามาทำอาชีพนี้ด้วยความเต็มใจ และ “รัก” ในงานให้บริการ กับหญิงบริการ “มือสมัครเล่น” ที่อาจจะไม่ได้มาด้วยความเต็มใจเหมือนอย่างกลุ่มแรก ซึ่งกลุ่ม Empower ก็ recognize เพียงเฉพาะกลุ่มแรกเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้สะดุดหู ต่อจากนั้น คือ คำอธิบายของแหล่งข้อมูล ที่บอกว่า การมีอาชีพเป็นหญิงบริการ มิใช่แค่เพียงรู้จักแต่การถอดเสื้อผ้าแล้วมีอะไรกับแขก แต่จะต้องรู้ข้อมูลต่าง ๆ มากมาย เพื่อที่จะต้องคุยกับแขก เมื่อแขกชอบคุยเรื่องกอล์ฟ ก็ต้องคุยเรื่องกอล์ฟได้ เมื่อแขกคุยเรื่องการเมือง ก็ต้องคุยเรื่องการเมืองได้ นี่จึงเป็นที่มาว่า กิจกรรมของกลุ่ม เริ่มต้นในลักษณะของการเติมเต็มซึ่งกันและกัน ด้วยการจับกลุ่ม สอนหนังสือ แลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ยกตัวอย่าง ในห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษ จะเต็มไปด้วย คำหรือประโยคภาษาอังกฤษ ที่หญิงบริการจำเป็นต้องใช้ หรือใช้บ่อย ๆ ซึ่งต่างก็นำมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน และนำไปสู่การศึกษานอกโรงเรียนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวให้กับสมาชิก (ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหญิงบริการทั้งหมด) ในที่สุด
แม้กระทั่งเป็นหญิงบริการที่หลายคนคิดว่า เป็นงานที่ง่าย ได้เงินสบาย แต่คนเหล่านี้พยายามจะชี้ให้เห็นว่า เอาเข้าจริงแล้ว งานเหล่านี้ต้องรู้จักใช้ทักษะ ความสามารถรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นความรู้รอบตัว รวมถึงปฏิภาณ ไหวพริบ ที่จะทำให้ลูกค้าทำตามในสิ่งที่ตัวเองต้องการ (ไม่ใช่ทำตามอย่างที่ลูกค้าต้องการ เพราะต้องไม่ลืมว่า เค้าทำไปเพื่อให้ได้รายได้มามากที่สุด) และทำให้ตัวเองสามารถทำงานได้โดยไม่มีอุปสรรค
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดถึง ความจำเป็นที่คนทำงานอาชีพนี้ต้องมีทักษะ คือ การใช้ทักษะในการต่อรองและการโน้มน้าวใจกับลูกค้า ในการใช้ถุงยางอนามัย ในงานวิจัยด้านสาธารณสุขศาสตร์ (Public Health) หลายชิ้น ทั้งในและต่างประเทศ ต่างก็ชี้ให้เห็นความสำคัญ ทักษะในข้อนี้ เพื่อทำให้ลดอัตราการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศ (STDs) (หากสนใจเพิ่มเติม ลองเข้าไปใน Google Scholar แล้วค้นคำว่า “sex workers” กับ “communication” หรือ “information” ดูครับ)
อีกด้านที่น่าสนใจ คือ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ด้วยความที่เมืองไทยถูกเรียกว่าเป็น สวรรค์ของนักท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าประเทศเพื่อการอย่างว่าก็มิใช่น้อย เพราะฉะนั้นลูกค้าของหญิง (และชาย) บริการเหล่านี้ น่าจะมาจากหลายแหล่ง ซึ่งแน่นอนว่าความหลากหลายในการจัดการกับลูกค้า น่าจะมีสูง ดังนั้นสิ่งที่พวกเค้าอาจจะต้องเรียนรู้ คือ เทคนิคในการปฏิบัติและเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นบริบทที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่ง ของคนทำงานด้านนี้ในเมืองไทยและเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ
ผมยังมองว่า คนทำงานกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นคนที่มี “ประสบการณ์ทางสารสนเทศ” ค่อนข้างสูง ตั้งแต่ข้อมูลเบื้องต้นทั่วไป การประมวลสารสนเทศ ไปจนถึงการจัดการข้อมูลลับ!!! ผมมองว่า การมี sex น่าจะเป็นการลดความเป็นคนแปลกหน้า แล้วเริ่มรู้สึกคุ้นเคยได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้นข้อมูล ข่าวสารน่าจะมีการไหลเวียนได้อย่างรวดเร็ว มีอะไรที่น่าสนใจ ศึกษาต่อเยอะแยะพอสมควร สำหรับคนกลุ่มนี้
ถามว่า ถ้าจะศึกษาต่อทำเพื่ออะไร จริง ๆ ก็แบ่งออกได้เป็นสองด้าน ด้านแรก ก็คือ เพื่อผลประโยชน์โดยตรงแต่คนกลุ่มนี้ ที่เราจะสามารถมองภาพในลักษณะเครือข่าย และนำไปพัฒนาการสื่อสารระหว่างคนกลุ่มนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภายในกลุ่ม หรือกับคนภายนอก
แต่วัตถุประสงค์ทางอ้อม ที่น่าสนใจคือ เราอาจจะสามารถนำเอาความมากประสบการณ์ทางสารสนเทศ ของคนกลุ่มนี้มาเรียนรู้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้ มีเทคนิคอย่างไรในการจัดการสารสนเทศ มีลักษณะที่แตกต่างและเฉพาะตัวอย่างไร แนวคิดที่ได้อาจจะนำมาสู่ การพัฒนาระบบในรูปแบบใหม่ ๆ ก็เป็นได้
แต่ก่อนอื่น เราต้องเชื่อให้ได้ก่อนว่า คนเหล่านี้ก็มีความรู้และทักษะจริง!





อึ้ง ทึ่ง เสียว จริงๆ!
[...] Jump to Comments เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับหญิงบริการครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งไป Empower ที่เชียงใหม่ [...]
ดูแล้วเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อว่าเค้าจะกล้าเปิดหน้าตาให้เห็นนะ แปลกๆดี