copyright, digital preservation, egovernment, metadata, thailand
In preservation, การเมือง : Politic, งานวิจัย : Research, นโยบาย : Policy on ตุลาคม 6, 2009 at 4:19 am
ติดตาม pm.go.th มาเป็นระยะ ๆ ไม่ได้ติดตามตลอด บังเอิญว่าวันนี้ เข้าไปอ่าน blog ของ Raymond Yee ย้อนหลัง ก็ไปเจอ post อันหนึ่ง เขียนเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์ของรูปภาพบน Flickr ของ whitehouse.gov ก็เลยได้พลันนึกถึง thaigov ของรัฐบาลไทยขึ้นมาเหมือนกัน
ประเด็นที่ผมสนใจมีอยู่ 2 เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องลิขสิทธิ์ เนื่องจากเอกสารที่ผลิตโดยรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โดยมากจะตกเป็นของสาธารณะ (public domain) โดยปริยาย แต่ดูเหมือนว่า ด้วยความที่ Flickr ไม่มี option ให้เลือกคุณสมบัติของรูปให้เป็น public domain ก็เลยต้องใช้ attribution only ของ CC ไปแทน เพราะถือว่ามีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงที่สุด [ที่มา] แต่พอลองเช็คล่าสุด ปรากฏว่า Flickr สร้าง categories ขึ้นมาใหม่ให้ชื่อว่า United States Government Work และลิงค์คำอธิบายไปที่เว็บ usa.gov ซึ่งอธิบายว่า Read the rest of this entry »
egovernment, recovery.gov, transparency, website
In การเมือง : Politic, งานวิจัย : Research, นโยบาย : Policy on ตุลาคม 6, 2009 at 2:13 am
คุณมาร์คเขียนถึงการ redesign เว็บไซต์ Recovery.gov ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาล Obama ที่พยายามเพิ่มความโปร่งใสด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งเมื่อว่าด้วยวิธีการให้ได้มาซึ่งความโปร่งใส ที่เรากันอยู่นั้น มีอยู่ 2 ช่องทางหลัก คือ การตรวจสอบ กับ การติดตาม
วิธีการสองช่องทางที่ว่ามานี้ ใช้ “เวลา” เป็นตัวอ้างอิงสำคัญ กล่าวคือ การตรวจสอบ ในที่นี้หมายถึง การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ในขณะที่ การติดตาม เป็นเรื่องของการรายงานสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น (และกำลังจะเกิดขึ้น) หรือข้อมูลล่าสุด (up-to-date) ซึ่งทั้งสองวิธี ต่างก็มุ่งเน้นให้เกิดการค้นพบ (discover) ข้อมูลที่ต้องการ (และ/หรือข้อมูลที่ผิดปรกติ) และนำไปสู่กระบวนการป้องกันและ/หรือแก้ไขในที่สุด
นอกจากนี้ ความโปร่งใส ยังรวมไปถึง การเปิดโอกาสให้นำข้อมูลไปใช้ได้อย่างง่ายด้วย เพื่อให้เกิดการตรวจสอบและติดตามได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งประเด็นทั้งสามข้อนี้ ควรจะถูกเข้าไปเป็นข้อพิจารณาหลักในการออกแบบเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งกลายเป็นที่มาของ Web Services for Recovery.gov รายงานข้อเสนอเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการออกแบบสถาปัตยกรรมข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสให้กับ Recovery.gov เขียนโดย Erik Wilde, Eric Kansa, and Raymond Yee จาก UC Berkeley
เป้าหมายสำคัญก็คือ การทำให้ “ข้อมูล” นั้นอยู่ในรูปแบบที่เครื่องอ่านได้ (machine-readable) และพร้อมใช้งาน ได้แก่ การวิเคราะห์ การตีความ และ visualization จากโปรแกรม third-party อื่น ๆ ในทางเทคนิค ข้อเสนอในรายการฉบับนี้เน้นไปที่หลักการ Representational State Transfer (REST) ผ่าน feeds และ XML ซึ่ง architecture ที่นำเสนอในตัวรายงาน จริง ๆ แล้วไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลย แต่เป็นน่าสนใจในเชิงการประยุกต์ใช้เฉพาะด้าน Raymond Yee เขียนบทสรุปไว้ค่อนข้างดีทีเดียว [ปล. ณ ตอนที่เขียนนี้ ผมอ่านจาก Feed ของ Code4Lib แต่พอ link เข้าไปที่ blog ของ Raymond มันใช้ไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร หากจากแหล่งอื่นก็ไม่เจอ แปลกดี ถ้าหากเข้าไม่ได้จริง ๆ ลองอ่านจากที่ผม Share จาก Google Reader ดูได้ครับ]
Erik Wilde อธิบายไว้น่าสนใจว่า สิ่งที่ต้องการจะชี้ให้เห็นคือ การเข้าถึงข้อมูลด้วยวิธีการ download นั้นไม่เพียงพอต่อข้อมูลที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา บวกกับความต้องการในเชิงความทันสมัยของข้อมูล กล่าวคือ ข้อมูลที่เข้าถึงด้วยการ download นั้นถูก decontextualize เนื่องจากขาดความเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน และไม่สามารถ update ได้อย่างต่อเนื่อง
googl, google, Google Book, library, metadata, on open
In บรรณารักษ์ : Librarian, ห้องสมุด : Libraries on กันยายน 3, 2009 at 6:20 pm
เมื่อวานเพิ่งส่งบทความในคอลัมน์ของ On Open ไป เขียนสรุปและวิจารณ์บทความของ Nunberg เรื่อง ความผิดพลาดในเชิงเมทาดาตาของ Google Book Search ที่ตีพิมพ์ลงใน The Chronicle of Higher Education ไป คาดว่าคงจะได้อ่านกันเร็ว ๆ นี้
แต่บังเอิญว่ามาเจอแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม เลยเขียนต่อยอดไว้ก่อน
อันแรกเป็น blog post ที่เขียนสรุปเนื้อหาการนำเสนอของ Nunberg ในงานสัมมนาเรื่อง Google Book Search and the Future of Information Access ในเนื้อหาของ post ก็เหมือนกับที่เขียนไว้ใน The Chronicle แต่ที่น่าสนใจคือ ส่วน comment ด้านล่าง โดยเฉพาะของ Jon Orwant จาก Google
อีกอันหนึ่งเป็น ข้อคิดเห็นของ Eric Hellman ซึ่งไม่เชิงเห็นแย้งเสียทีเดียว แต่ก็ออกแนวกัดหยิกอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม พอเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา ทุกคนก็ดูเหมือนว่ากำลังหาทางช่วย Google คิด ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
มองอย่างนี้ Google ก็อาจจะคิดว่า เออ ดีแฮะ มีคนมาช่วยคิดแก้ปัญหาให้ โดยไม่ต้องจ้าง
ในขณะที่มาช่วยคิด ก็ดูเหมือนว่า จะไม่ได้คำนึงถึงว่า Google Book เป็นของ Google แต่มองว่าเป็นแหล่งความรู้ “สาธารณะ” ต่างหาก ที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล
[เพิ่มเติม] บทความใน Library Journal เกี่ยวกับประเด็นนี้
[เพิ่มเติม 26 กันยายน 2552] ลิงค์บทความใน On Open ครับ
bahrain, news, prime minister
In การเมือง : Politic, สังคม: social, สื่อสารมวลชน : mass media on สิงหาคม 10, 2009 at 8:31 am
วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 13:47:39 น. มติชนออนไลน์
“มาร์ค”นำนายกฯ บาห์เรนเสด็จตรวจพลทหารกองเกียรติยศในทำเนียบฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้รับเสด็จ เชค คอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ณ สนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นได้หารือทวิภาคี ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะถวายงานเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันอย่างเป็นทางการ แด่นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน
[ที่มา: มติชนออนไลน์]
อ่านข่าวข้างบนแล้วงง ว่าทำไมต้องใช้ราชาศัพท์กับนายกของบาห์เรน เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมบน Wikipedia พบว่า นายกรัฐมนตรี Khalifah ibn Sulman Al Khalifah เป็นเชื้อพระวงศ์ มีศักดิ์เป็นพระปิตุลา (ลุง) ของ Hamad ibn Isa Al Khalifah กษัตริย์องค์ปัจจุบันของบาห์เรน
Khalifah ibn Sulman Al Khalifah ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานที่สุดในโลกถึง 39 ปี (ตั้งแต่ปี 1970) โดยการแต่งตั้งจากพระเชษฐา Isa ibn Salman al-Khalifa
ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ 80% ของคณะรัฐมนตรีของบาห์เรนนั้นเป็นเชื้อพระวงศ์
ข่าวสั้น แต่ใช้เวลาอ่าน 10 นาที
[update] คิดต่อว่าจะแก้ปัญหาข้างบนนี้อย่างไร (ด้วยการเพิ่มบริบทให้กับข่าว) ก็เลยทำให้นึกถึงเรื่อง semantic web และ authority control เท่าที่เห็นตอนนี้ New York Times เค้าก็ทำไว้เหมือนกัน แต่ทำไว้สำหรับนำข่าวที่เกี่ยวข้องเข้าไว้ด้วยกัน (collocate) แต่ไม่ได้ให้ fast fact เกี่ยวกับ entity นั้น ๆ ที่อื่นก็มีเหมือนกัน แต่เห็นว่าอยู่ในรูปของโฆษณาเป็นเสียส่วนใหญ่
blog, digital preservation, personal information management, preservation, yahoo
In preservation, งานวิจัย : Research, บรรณารักษ์ : Librarian on พฤษภาคม 29, 2009 at 8:58 pm
I’m not a user of Yahoo 360 myself, nor having friends using it. However, such termination of the service raises concerns for digital preservation in personal information management perspective.
From CNET: Yahoo 360 to close on July 13
“Yahoo 360 was launched in March 2005. The site never became big in the United States and in October 2007, Yahoo decided to stop providing support for it.
However, in other countries, especially Vietnam, the site has been the most popular blogging portal. For this reason, Vietnamese users can migrate their Yahoo 360 content to Yahoo 360Plus, a product specifically made for the Vietnamese market that the company announced a year ago.
This is sad news for thousands, if not millions, of people worldwide, since for a lot of them the blogs posted on Yahoo 360 and the friends they have there are part of their lives. Yahoo recommends that Yahoo 360 users immediately move their blogs to their current Yahoo profile to save them and download their contacts onto a computer. There are also options to migrate blogs to other blogging sites.”
Of course, not all features can be moved or migrated (e.g. 360° friends, friend categories feature), besides presentation (i.e., skins or themes of the blog). In addition, some content (i.e., mature content) could not be migrated to Yahoo profiles. Users have to find other ways to keep their stuff.
Related link: Blogger Perception on Digital Preservation (not up-to-date)
book, information and library science, library and information science, library science, method, research, social research method
In iTeaudemia, งานวิจัย : Research, บรรณารักษ์ : Librarian, ห้องสมุด : Libraries on พฤษภาคม 26, 2009 at 10:22 pm
วันนี้กลับมาถึงบ้าน ได้รับพัสดุเป็นซองขนาดใหญ่วางอยู่หน้าบ้าน เปิดออกมาก็เป็นหนังสือที่ผมเป็น contributor อยู่ 2 บท ก็เลยว่าเอามาเขียนเสียหน่อย แต่แทนที่จะเขียนขายธรรมดา ก็เขียนเป็นแบบกึ่งบทวิจารณ์หนังสือแล้วกัน
หนังสือจะเริ่มออกขายในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ครับ (ดูเพิ่มเติมใน Amazon และ Worldcat)
—-
Wildemuth, B. M. (2009). Applications of Social Research Methods to Questions in Information and Library Science. Westport, CONN: Libraries Unlimited.
เป็นที่ทราบกันดีว่า สารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์ มีลักษณะเป็นสหสาขาวิชาสูงมากสาขาหนึ่ง นั่นหมายความว่าในการศึกษาค้นคว้าวิจัยของศาสตร์นี้ อาศัยและบูรณาการระเบียบวิจัยจากศาสตร์สาขาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ การบริหารจัดการ หรือแม้กระทั่งศิลปศาสตร์
Read the rest of this entry »
book, copyright, digitization, google, Google Book, intellectual property, law, mass digitization
In บรรณารักษ์ : Librarian, สังคม: social, ห้องสมุด : Libraries on พฤษภาคม 1, 2009 at 9:28 pm
สำหรับคนที่ติดตามเรื่องของการทำข้อตกลงระหว่าง Google Book กับ The Author Guild และ Association of American Publishers ล่าสุด Democracy Now สัมภาษณ์ Brewster Kahle ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Internet Archives เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
ปูพื้นให้อีกนิดว่า Internet Archives เป็นตัวตั้งตัวตีในโครงการ Open Content Alliance ซึ่งเป็นการ mass digitization ที่ร่วมมือกับห้องสมุดชั้นนำหลายแห่ง ดังนั้นจะถือว่าเป็นคู่แข่งของ Google Book ก็ว่าได้ เพียงแต่ Open Content Alliance เน้นไปที่ non-profit model ในขณะที่ Google เป็น proprietary model เต็มรูป ก่อนหน้านี้ Open Content Alliance ก็ทำหนังสือถึงผู้พิพากษาเพื่อคัดค้านข้อตกลง แต่ดูเหมือนว่าจะถูกศาลปฏิเสธมา ล่าสุดศาลเลื่อน deadline การเปิดรับฟังข้อคิดเห็น ข้อคัดค้านในการทำข้อตกลงจน
มีประเด็นที่น่าสนใจในบทสัมภาษณ์หลายเรื่อง เช่น ทั้งที่ในทางทฤษฎี สองโครงการสามารถร่วมมือกันได้ แต่ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ Kahle ยังบอกว่า แม้แต่กระทั่งหนังสือที่ตกอยู่ใน public domain เมื่อตกไปอยู่ในมือ Google สาธารณะก็ไม่สามารถเข้าถึงได้
ส่วนวิดีโออีกอัน เป็นการบรรยายของ Pamela Samuelson ศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์และสารสนเทศที่ Berkeley พูดถึงกรณีดังกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งมาบรรยายที่ UNC เสียดายว่าผมไม่ได้ไปฟังวันนั้น ถ้าคนที่ไม่ชอบหรือไม่มีเวลาดู/ฟัง ก็ลองไปอ่านดู presentation เอาได้ หรือแม้จะเป็นบทความบน O’Reilly Radar เลยก็ไม่ผิดกติกาเช่นกัน
เดี๋ยวจะหาว่าแนะให้ฟังความข้างเดียว Library Journal ก็มีบทสัมภาษณ์ Dan Clancy ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Google Book Search ด้วยเช่นกัน
commons, information, intellectual property, library
In Open Source, Thaibrarian, การเมือง : Politic, นโยบาย : Policy, บรรณารักษ์ : Librarian, สังคม: social, ห้องสมุด : Libraries on เมษายน 30, 2009 at 3:07 pm
มาขายของเหมือนเดิม เป็นบทความชิ้นใหม่บน OnOpen เรื่อง การจัดการสารสนเทศและห้องสมุดในฐานะทรัพยากรส่วนรวม (Information and Library as Commons)
ที่มาของบทความชิ้นนี้ จริง ๆ มีไม่กี่เรื่อง (แต่เขียนเสียยาวเลย) คือ
1. อยากชี้ให้เห็นว่า เรื่อง Commons ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องภายใน ที่ไม่ค่อยมีคนขุดมาพูด แม้กระทั่งในการเรียนการสอนวิชาบรรณารักษ์ ก็ไม่เคยมีการเรียนการสอนจากบริบทนี้
2. ในภาคปฏิบัติ แม้แต่ในอเมริกาเอง ก็เริ่มเห็นจุดเน้น/จุดขายที่เริ่มเบี่ยงเบนออกไปจากวิธีคิดของ Commons ก็กลัวว่าถ้าเมืองไทยจะเอามาใช้ จะเอามาแต่เปลือก
3. อยากบอกว่า Campaign ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับวัฒนธรรรมเสรี เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อห้องสมุดโดยตรง เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ด้วยหน้าที่และอุดมการณ์ของวิชาชีพ มันคืองานเลยแหละ…
4. ช่วยกันคิดหน่อยว่า ถ้าจะเปิดห้องสมุดที่ run ได้ด้วยตัวเอง จะต้องทำอย่างไร
reading librarianship statistics thailand
In library2.0, งานวิจัย : Research, บรรณารักษ์ : Librarian, สถิติ : Statistics, ห้องสมุด : Libraries on มีนาคม 17, 2009 at 10:16 am
ถ้าใครติดตามอ่านงานเก่า ๆ ของผม คงจะพอทราบว่า ผมค่อนข้างจะสนใจเรื่องการความรู้เกี่ยวกับการอ่านมาใช้ให้งานห้องสมุดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การอ่านเป็นเหมือนพฤติกรรมที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันสำหรับคนทำงานห้องสมุด แต่โดยลึก ๆ มันคือ การสัมผัสที่ทำให้เราได้มาซึ่งสารสนเทศที่เราต้องการ
ผมไม่ค่อยเห็นคนไทยบ้านเราทำการวิจัยหรือพัฒนาเกี่ยวกับการอ่านจากมุมมองของบรรณารักษ์เท่าไหร่ ในแบบจำลองด้านการศึกษาผู้ใช้ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่มักมองข้ามกระบวนการในการรับรู้ขั้นพื้นฐานนี้ไป ก็เลยเป็นที่มาของบทความชิ้นใหม่บน On Open ซึ่งพยายามทำความเข้าใจกับพฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทยผ่านผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปีล่าสุด (2551) และการสำรวจครั้งก่อน (2548) หลังจากนั้นก็มาลองหาสาเหตุทางด้านจิตวิทยาว่า ทำไมคนถึงอ่านหนังสือ และปิดท้ายด้วยคำถามที่ว่า จะนำความรู้และแนวความคิดด้านการอ่านมาใช้ในงานห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศได้อย่างไร บทความนี้ก็เพียงต้องการจะกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงต่อยอดความรู้เรื่องการอ่านแล้วนำมาพัฒนาการทำงานต่อไป หวังว่าพออ่านได้ (ถึงแม้ว่าจะยาวไปหน่อย ก็ทะยอยอ่านก็แล้วกัน)
และก็ถือว่าเป็นการต้อนรับสัปดาห์หนังสือแห่งชาติไปในตัว…