iTeau

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘เพลง : Music’

Eyes on me (ขิม & ซออู้)

In เพลง : Music on สิงหาคม 24, 2009 at 8:19 pm

เห็นอ้อมกับพี่เต้ยเล่นเพลงนี้เพราะ เลยขอแจมบ้างครับ

แนะนำให้ลองเข้าไปฟัง เวอร์ชั่นขิมล้วน ๆ ดูครับ เนียนกว่ามาก :)

[ฟังเพลงอื่น: ลาวม่านแก้ว]

[update] เผื่อคนที่เปิดฟังจากข้างบนไม่ได้ครับ ลองเข้าไปฟังที่ imeem แทน ขอบคุณอ้อมมากจ้าที่ upload ให้

เขมรโพธิสัตว์

In การเมือง : Politic, บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, เพลง : Music on พฤศจิกายน 25, 2008 at 2:04 pm

จำได้ว่าเพลงนี้เคยฟังตัวเล็กร้องสมัย ม.ต้น ชอบเนื้อเพลงมาก (เคยพยายามแอบร้ิองแต่เสียงไปไม่ไหว) อยู่ดี ๆ มันก็ผุดขึ้นมาในหัว

“อันความผิดนิดหนึ่งอย่าพึงโกรธ

ควรงดโทษกันและกันให้พลันหาย

อย่าอาฆาตบาดหมางจนวางวาย

เป็นกรรมร้ายติดตัวชั่วกัปกัลป์

ข้างหนึ่งโกรธข้างหนึ่งนิ่งเสียนั้นไซร้

เป็นบุญได้ดับร้อนช่วยผ่อนผัน

เหมือนตบมือข้างเดียวไม่ดังพลัน

เรารักกันดีกว่าเกลียดเดียจฉันท์เอย”

ไปหา้ข้อมูลบนเว็บพบว่า หม่อมเจ้าหญิงหญิงพิจิตจิราภา เทวกุลเป็นผู้ประพันธ์ เสียดายว่าหาที่เป็น audio ไม่ได้

Blind angle

In บันเทิง : Entertainment, เพลง : Music, โทรทัศน์ : TV on กรกฎาคม 14, 2008 at 10:57 am

ซึ้งอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเก่าไปหรือยัง แต่เพิ่งมาดู

หนูน้อย Yoo Ye-eun เกาหลีวัย 5 ขวบ ผู้มีความพิการทางสายตาตั้งแต่เกิด ได้รับการอุปการะจากพ่อแม่บุญธรรม มีความสามารถในการเล่นเปียโน ด้วยการจดจำจากการฟังเพียงครั้งเดียว โดยไม่ได้รับการฝึกฝนมาก่อน

หนึ่งปีผ่านไป รายการ Star King เอาเธอมาออกรายการอีกครั้ง โดยเล่นเปียโน ร่วมกับหนูน้อยเสียงใส Connie Talbot

ถึงแม้มือเธอจะยังไม่ละเมียดละไมเท่ามือโปร แต่สิ่งที่เธอเล่นก็ชี้ให้เห็นความตั้งใจ และสามารถชั้นยอดของประสาทสัมผัสในส่วนของการฟังและการสัมผัส ดูไว้เป็นแรงบันดาลใจเวลาที่ท้อแท้ละกันครับ ขณะที่เขียนอยู่นี้มีคนดูวิดีโอแรกไปสองล้านกว่าครั้งแล้ว…

[ที่มา dailymail]

เคน ลี

In บันเทิง : Entertainment, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music, โทรทัศน์ : TV on เมษายน 9, 2008 at 10:16 pm

ไม่ได้เขียนบล๊อกนานด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งที่มีเรื่องอยากเขียนพอสมควร ขอกลับมาด้วยการเอาเพชรฆาตความเครียดมาให้ดู หลายคนอาจจะได้ดูไปนานแล้ว เป็นเพลง Ken Lee ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเอามาให้ประกวดเพื่อคัดเลือก ในรายการ Music Idol ซึ่งเป็น Pop Idol ของบัลแกเรีย

ดูแล้ว นึกถึงตัวเองสมัยก่อน ตอนที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ภาษาอังกฤษ เราก็ร้องแบบนี้เหมือนกัน… (ปัจจุบัน ถ้าจะต้องดำน้ำ ก็อาจมีบ้างประปราย อิอิ)

Choirs Over the Rainbow

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music on ธันวาคม 21, 2007 at 8:06 pm

สัปดาห์ที่ผ่านมา NBC จัดรายการพิเศษช่วง prime time ขึ้น ชื่อ Clash of the Choirs เป็นการแข่งขันวงขับร้องเพลงประสานเสียง 5 วง ซึ่งแต่ละวงก็จะเป็นตัวแทนของเมืองใหญ่ 5 เมืองในอเมริกา และมีผู้ควบคุมวงเป็น super star ที่มาจากเมืองนั้น ได้แก่ Patti Labelle จาก Philadelphia, Nick Lachey จาก Cincinnati, Kelly Rowland จาก Houston, Blake Shelton จาก Oklahoma City และสุดท้าย Micheal Bolton จาก New Haven โดยมีรางวัลเป็น เงินการกุศลมอบให้แก่มูลนิธิหรือองค์กร ที่วงนั้น ๆ ต้องการจะช่วยเหลือ

ดูแล้ว รู้สึกดี ที่ชอบที่สุด ก็คือ การแสดงความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ต้องแข่งกันร้อง ไม่ต้องแย่งกันดี คนตัดสินก็คือประชาชน ทำให้ดีที่สุดก็เป็นพอ ผู้ชนะ ก็คือ ทีม Lachey (ผมแอบลุ้นทีม Labelle กับ Bolton) อย่างไรก็ตาม ทุกองค์กรที่ทั้ง 4 วงที่ไม่ได้รางวัล ก็มีเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้าองค์กรด้วย

และในบรรดาเพลงที่นำมาแข่งทั้งหมด ผมชอบที่สุด ก็คงจะเป็นตอนที่ Patti Labelle มาร้องเพลง Somewhere Over the Rainbow ร่วมกับทีมของเธอ

จะว่าไป ผมว่า Somewhere Over the Rainbow น่าจะเป็นอีกหนึ่งเพลง ที่ถูกนำมา rendition บ่อยที่สุดเพลงหนึ่ง (แค่ลองค้นเพลงนี้ใน youtube ก็เจอไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ แค่เวอร์ชั่นของป้า Patti เอง ก็ไม่รู้ต่อกี่ version แล้ว) อย่างก่อนหน้าที่ ผมก็เขียนถึงหนูน้อย Connie ที่ตอนนี้ออกเทปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อเร็ว ๆ นี้ Beyonce ก็เอามาร้องในงาน Movie Rock

ถ้าให้ผมเดา ผมก็เอาว่า Simon Cowell นี่ ท่าทางจะชอบเพลงนี้มาก เพราะคราวก่อนในรอบ Judge Pick ก็เลือกให้ Katherine McPhee ร้องเพลงนี้ (แล้วตอนนี้ คนใน youtube ก็มาเถียงกันว่า ระหว่าง version ของ Katherine กับ Beyonce อันไหน ดีกว่ากัน ซะงั้น-_-”) ในขณะที่ X Factor season ก่อนหน้านี้ ทั้ง Leona และ Shayne ผู้ที่ชนะ ต่างก็ร้องเพลงนี้ ได้อย่าง (แต่แอบชอบ version ของ Shayne มากกว่า แหะ) จำได้ว่า ตอน audition รายการประกวดร้องเพลงพวกนี้ Somewhere Over the Rainbow เป็นเพลงที่คนเลือกบ่อยมาก จนต้อง มาทำเป็น tribute ให้ต่างหาก แต่ในบรรดา rendition ที่ใช้ในการประกวด ผมชอบของ Guy Sebastian จากมากที่สุดแฮะ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นพวกบ้าลูกคอก็เป็นได้ เหอๆๆ

จะว่าไป ถ้าจะฟังทุก version ของเพลงนี้ คงต้องใช้เวลาฟังเป็นวัน ๆ เป็นแน่

[อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Clash of the Choirs ได้ที่บล๊อก American Idol บน myajc.com]

Connie

Somewhere… (when tears dropped)

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, เด็กนอก?, เพลง : Music, โทรทัศน์ : TV on สิงหาคม 8, 2007 at 9:09 pm

บ้าไปแล้ว เด็ก 6 ขวบร้องเพลง แต่ตรูร้องไห้ Touching ขนาดนี้ ใครไม่รักเธอ ก็บ้าแล้ว หนูน้อย Connie Talbot จาก Britain’s Got Talent

Bianca ก็ Bianca เหอะ แล้วดนตรีประกอบรายการตอนประกาศผล มันสุดยอดจริง ๆ ฟังกี่ที ๆ ก็ขนลุก

T_T

ถึงแม้น้องจะไม่ชนะ แต่ก็ตรึงใจผู้ชมไปนานเลย (เพราะพอมีดนตรีเข้ามา มันก็เลยดูไม่ค่อยเท่าไหร่ ลองไปตามหาดูเอาเองนะ เหอ ๆ ๆ) ส่วน America’s Got Talent Season นี้ ไม่หนุกอ่ะ

ปล. แถมวีดีโอคนชนะมาฝาก ชื่อ Paul Potts เป็นนักร้อง opera ที่เคยทำงานขายโทรศัพท์มือถือ (ตอนนี้ก็เป็นนักร้องในสังกัด SonyBMG ไปเรียบร้อย โรงเรียนผู้ดี)  ไม่ต่างกันเลย

ลองไปตามหารอบ Semi-Final กับ Final ดูเอานะครับ

And I’m Telling You (They Both Just Met)

In บันเทิง : Entertainment, เพลง : Music on กรกฎาคม 2, 2007 at 12:37 pm

เอ่อ ไหน ๆ ก็ไหน เห็น update เพลงนี้มาหลายเว่อร์ชั่นและ ในที่สุด ช่วงเวลาที่หลายคนอยากเห็นก็มาถึง เมื่อต้นฉบับอย่าง Jennifer Holiday ได้มีโอกาสมาเจอกับ Jennifer Hudson ในงาน BET Award 2007 ที่ผ่านมา ทำเอา “And I’m Telling You” มาเขย่าลำโพงทีวีอีกครั้ง

เอามาร้องคู่กันไปซะให้รู้แล้วรู้รอดไป ชอบเปรียบเทียบกันดีนัก!

ปล. ขอเอาภาคบันเทิงคั่นรายการหน่อย ส่วนอันที่เป็นเนื้อหาสาระ ตามมาแน่ เร็ว ๆ นี้ เต็ม draft ไปหมด

“And I’m Telling You” Effect

In บันเทิง : Entertainment, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music on พฤษภาคม 1, 2007 at 12:54 am

Post นี้สำหรับ gooogolf เป็นพิเศษ เอิ๊ก ๆๆ

จิ๋ว The Star ตัวก็เล็ก ไปเอาพลังปอดมาจากไหนเนี่ย

(ปล. ว่าแต่ Youtube โดนปลด block แล้วยังหว่า… ถ้ายังไม่ได้ ลองโหลดไฟล์ Flash ดูเอาละกันครับ)

[ที่มา NJFanclub]

Delirium: บทเพลง ความฝัน กับวันที่มาถึง

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music on เมษายน 2, 2007 at 12:31 am

เป็นความอยากอย่างหนึ่ง ก่อนเรียนจบ ที่จะได้ดู Cirque du Soleil ตอนแรกไม่ได้ไม่ดี ไม่มีโอกาสดูแถว ๆ นี้ ก็กะว่า คงจะต้องไปแถว ๆ New York หรือไม่ก็ Las Vegas แต่บังเอิญมันมีโชว์ Delirium มาที่ Raleigh พอดี ก็เลยได้โอกาสไปดู

Delirium เป็นโชว์คอนเสิร์ตเน้นเพลงเป็นหลัก มากกว่าการขายเนื้อเรื่อง เนื้อเรื่องที่นำเสนอ ก็ประมาณว่า มีคน ๆ นึงอยู่ในความฝัน แล้วก็ไปเจอกับเรื่องต่าง ๆ ซึ่งแน่นอน ความฝัน มันค่อนข้างจะกว้างมาก เลยถ้าจะเน้นเนื้อเรื่อง ก็คงจะไม่ได้ เพลงที่เอามาใช้ก็จะเป็นแนว Electronic Pop ผสมกลิ่นจังหวะพื้นบ้านทาง African แนว ๆ นั้น (เอ่อ ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเพลง เสียด้วย ก็หวังว่าน่าจะเข้าใจ มีตัวอย่างเพลงให้ฟังบนเว็บของ Delirium ไปฟังกันได้)

ส่วนเรื่องการแสดง + เทคนิคการนำเสนอตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้ว จริง ๆ อยากดูงานที่ค่อนข้างมีเนื้อเรื่องหน่อย ๆ แบบ Corteo หรือ Quidam เพราะงานแบบนี้น่าจะมี costume ที่น่าดูทีเดียว แต่สำหรับ Delirium ตอนดูจากวิดีโอบนเว็บ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอไปจริง ๆ ก็ต้องยอมรับเลยว่า ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็สร้างความประทับใจได้อยู่ไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะการใช้ projection ประกอบการแสดง ที่ใช้ได้อย่างลงตัวสมบูรณ์มาก ส่วนตัวก็ประทับใจจุดนี้มากที่สุด แล้วก็ดนตรีที่มีจังหวะเร้าใจ โดยเฉพาะการนำกลองพื้นบ้านแถบ ๆ แอฟริกันมาใช้

ด้วยการที่ Delirium เป็นงานโชว์คอนเสริ์ต การจัดเวทีก็จะเป็นแบบด้านเดียว คือ ให้โชว์ที่ด้านเดียว ซึ่งแตกต่างจะโชว์แบบ circus ที่ผู้ชมดูได้ทั้งสองด้าน ส่วนเวทีที่จัดครึ่งเดียวนี้ ก็จัดตามแนวยาวของ stadium เพราะ projector สองตัวที่ขนาบข้างมีขนาดใหญ่มาก

ถึงแม้การแสดงโดยรวมจะสร้างความประทับใจ แต่ก็มีอยู่สองจุดที่ ทำให้รู้สึก “หวิว” หวิวแรก ก็เป็นเรื่องที่นั่ง เนื่องจากรู้ช้ามาก แล้วก็ซื้อตั๋วเมื่อคืนนี้เอง ก็เลยได้ไปนั่งชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด ๆ ของ RBC Center ซึ่งปรกติก็ใช้เป็นสนามแข่งกีฬาของ NC State แต่ความที่ที่นั่งชั้นบนสุด คือชั้นติดเพดาน stadium เลย เวลามองหน้าตรงก็เห็นแต่คาน stadium มันก็ทำให้รู้สึกวาบหวิวใช่ย่อย ลองนึกถึง Impact Arena บ้านเรา แล้วก็ไปนั่งอยู่ด้านหลังติดเพดาน stadium ดูอ่ะ แล้วที่ทำให้เสียวไปยิ่งกว่านั้นก็คือ เนื่องจากที่นั่งมันอยู่สูงมาก การ design ที่นั่งก็จะต้องมีความชันมาก เพื่อให้ให้คนบังกัน ซึ่งมันชันขนาดที่ว่า เท้าของเราอยู่ตรงหัวของคนที่นั่งข้างบน ซึ่งการกั้นของผนังเวลาเดินเข้าไปเนี่ย รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บันไดชัน ๆ ยังไงยังงั้น แถวตรงขอบของชั้นที่นั่ง ก็ไม่มีทีกั้นด้วย นึกถึงว่าถ้ามีคนตกลงไป ก็หวาดเสียวแล้ว

หวิวที่สอง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างตอนกลางของการแสดง ระหว่างที่เค้ากำลังแสดง ๆ อยู่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงน้ำหก แล้วก็รู้สึกว่าโดนละอองน้ำกระเด็นมาใส่ ก็เลยหันไป ไม่ทันไร ก็เกิดจะมีเรื่องชกต่อยกันเสียแล้ว เท่าที่จับความกันได้ ก็ประมาณว่า คนที่นั่งอยู่แถวบนสุด กินเบียร์ แล้วทำหกใส่ผู้หญิงคนที่นั่งแถวต่อมา (ซึ่งเป็นแถวที่นั่งอยู่บนหัวผม) แล้วแทนที่จะขอโทษขอโพย ก็คงจะไปสบถอะไรเข้า แฟนของคนที่โดนทำน้ำหก ก็เลยลุกขึ้นจะหาเรื่องคนที่อยู่ข้างบน ก็เลยสบถใส่กัน ต้องมีคนมาห้ามอยู่พักใหญ่ เลยทำให้บรรยากาศการชมเสียไปฉิบ ท้ายสุด คนที่ทำเบียร์หก ก็เป็นอันต้องออกไป (ไม่รู้ว่าย้ายที่นั่งหรือเปล่า)

ก็เลยเป็นบทเรียนว่า คราวหน้าถ้าจะไปที่ RBC อีก ก็ควรจะหาที่นั่งชั้น 2 ส่วนที่นั่งด้านหน้าแถวล่าง ดูไม่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะมันจะทำให้ไม่เห็น projector ด้านข้าง แต่ยังไงเสียวันนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว แล้วรู้สึกดีที่ได้ดูอะไรที่เราตั้งใจอยากจะดู ถ้ามีโอกาสก็คงจะดั้นด้น ไปโชว์อื่นของ Cirque du Soleil อีก

This is Why

In บันเทิง : Entertainment, เพลง : Music, โทรทัศน์ : TV on มีนาคม 15, 2007 at 12:30 am

เอ่อ ขอเข้าบรรยากาศหน่อย บังเอิญไปเจอใน youtube แล้วเป็น Most View of Today เห็นแล้วชอบใจ อิอิ

ใครเป็นแฟน NCAA ทีมไหน แสดงตัวกันได้ครับ อิอิ

Lakisha at American Idol 6

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, เพลง : Music, โทรทัศน์ : TV on กุมภาพันธ์ 23, 2007 at 1:26 am

ก็ยอมรับว่า ลงทุนติด cable ก็เพราะรายการนี้รายการเดียวจริง ๆ (แต่รายการอื่นก็มีผลพลอยได้กับเค้าไปด้วย อิอิ)

อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์แรกของรอบ 24 คนสุดท้าย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ชาย หญิง กลุ่มละ 2 ชั่วโมง บวกประกาศผลอีก 1 ชั่วโมง 5 ชั่วโมง จุใจ คุ้มค่า cable ละอิอิ

กลุ่มผู้ชาย มัน off จริง ๆ ตอนดู audition ก็คิดว่า ปีนี้ผู้ชายดีกว่า ดูโดดเด่นกว่า ผู้หญิงมันดีคล้าย ๆ กัน หาความโดดเด่นยังไม่ได้ แต่พอเมื่อคืน ต้องยอมรับเลยว่า คิดผิด ผู้หญิงดีกว่าเยอะ แล้วก็น่าจะทำนายได้เลยว่า ปีนี้ Idol น่าจะเป็นผู้หญิง ส่วนคนที่ชอบที่สุด ก็น่าจะเหมือนกับคนอื่น ๆ ก็คือ Lakisha Jones

จะว่าไป เพลงนี้หากินกันได้ตลอดเลยนะ สำหรับประกวดร้องเพลงเนี่ย สงสัยเดี๋ยวฮิตจัด คงต้องประกาศห้ามแน่  ๆ เอิ๊ก ๆ ถ้าไงก็ลองเปรียบเทียบกันดู รู้สึกตอนนี้จะมีหลาย version เหลือเกิน ตัดสินกันไม่ถูก

(ปล. แนบไฟล์วิดีโอมา ก็ไม่รู้ว่าจะโดนลบไปเมื่อไหร่ ถ้าเปิด post นี้มาแล้วดูไม่ได้ แนะนำให้เข้าไปใน youtube แล้วค้นชื่อเอาเลย น่่าจะมีกระจัดกระจายอยู่บ้าง เพราะเฉพาะคลิปนี้ เชื่อว่า ถึงแม้จะโดนลบไป ก็ยังคงมีมาให้เห็นอีก แน่ ๆ เหมือนสมัย Bianca) นอกจากนี้ก็ชอบในกลุ่มผู้หญิงอีก 3-4 คน ส่วนกลุ่มผู้ชาย ชอบสุดก็คงจะเป็น Phil Stacey

ส่วนผลสัปดาห์นี้ ก็ไม่แปลกใจอะไรเท่าไหร่ โดยเฉพาะหนุ่มเอเชีย สายเกาหลี คือ เป็นเอเชียก็เกิดอยากอยู่แล้วอ่ะ ดันมาถอดรองเท้า แล้วก็เลือก Careless Whisper Ballad สุด ๆ มันก็ตายตั้งแต่เลือกเพลงแล้วอ่ะ

ปูนาขาเกฉบับ Final Fantasy 2

In บันเทิง : Entertainment, ภาพยนตร์ : Movie, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music on มกราคม 13, 2007 at 3:18 pm

ไม่เคยดูหรอกนะ Final Fantasy อ่ะ บังเอิญว่า gooogolf ส่งปูนาขาเกฉบับ Final Fantasy มาให้ดู ฮาดีอ่ะ ตัดเก่งจริง ๆ

รีบดูก่อนโดนลบ ว่าแต่ว่า youtube staff จะ detect ได้ป่าวไม่รู้แบบนี้ ละเมิดลิขสิทธิ์เต็ม ๆ เหอๆๆ

สงสัยเป็น trend MV ของเพลงลูกทุ่งในอนาคต

ตาดูหูฟัง A Prairie Home Companion

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, ภาพยนตร์ : Movie, เพลง : Music on มกราคม 3, 2007 at 11:29 pm

เพิ่งไปยืม DVD เรื่องนี้มาจากห้องสมุด ชอบอ่ะ เพลงเพราะมาก (โดยเฉพาะคนที่ชอบแนว Country Jazz) จนทำให้อยากไปดูของจริงอ่ะ

เป็นหนังที่สร้างเลียนแบบรายการวิทยุ ที่เล่นคอนเสิร์ตสด ชื่อเดียวกับชื่อหนัง ตัวหนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับคืนสุดท้ายที่จะออกอากาศ จากที่ที่เล่นประจำ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่า อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่สรุปว่าตอนนี้ก็ออกทัวร์ไปออกอากาศตามที่ต่าง ๆ เจ๋งอ่ะ

ตอนนี้ก็เลยตามเก็บฟังรายการเก่า ๆ ที่ เว็บไซต์ของรายการ อ่ะ รายการที่เค้าออกจริง ๆ ก็ฮาเหมือนกับในหนังอ่ะ

ถ้ามีแบบนี้บ้านเรามั่งก็ดีเหมือนกันนะ น่าสนุก ว่าแต่เคยมีคนทำแล้วหรือเปล่าหว่า…

ปัดฝุ่นลาวม่านแก้ว

In บันเทิง : Entertainment, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music on ธันวาคม 3, 2006 at 1:35 am

ช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้ายของเทอม Fall ก็ไม่ค่อยมีเวลามา post อะไรเท่าไหร่ ช่วงพักอ่านหนังสือ ทำการบ้าน + รายงาน ก็มีโอกาสหยิบซอมาเล่น เห็น aom เอาเพลงลาวม่านแก้วจากละคร เรื่อง แต่ปางก่อน (ผู้แต่ง คือ คุณนก ฉัตรชัย ดุริยประณีต – หนึ่งในสมาชิกวงเฉลียง) มา cover กับขิม เห็นว่าเพราะดี ก็เลยได้ความคิดว่า น่าจะลองเล่นซอ แล้วก็เสริมเข้าไป ผลก็มาก็อย่างทีได้ยินนี่หล่ะครับ

ก็ถือเป็นการพักผ่อนครับ (แต่ถ้าเสียงซอมันรับไม่ได้ก็ขออภัย ไม่ว่ากันหากจะหยุดฟังกลางคัน เหอๆๆ หรืออาจจะลองไปฟัง version ขิมของ aom แทนก็ได้ครับ)

ปล. เข้าใจว่า post นี้ละเมิดลิขสิทธิ์แน่นอน เพราะเอาเพลงเค้ามาดัดแปลง เต็ม ๆ (ใส่ดนตรีทับของเก่าทั้งดุ้น – เสียง piano คือ เพลงต้นฉบับในละครครับ) ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง (ผมไม่แน่ใจว่าเป็นใครอ่ะครับ) มาเห็น post นี้ ผมก็ขออนุญาตไว้ตรงนี้เลยแล้วกันครับ เล่นฟังกันในหมู่เพื่อนฝูงครับ [เหมือนจะฟังขึ้นนะเนี่ย แหะ ๆ]…

I Believe I Can Die.. Oh Yeah!

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music on พฤศจิกายน 26, 2006 at 2:12 am

PRADT เขียนวิจารณ์อัลบั้มใหม่ของ Bianca Ryan มา แล้วก็เลยพาลไปเปิดดูใน youtube เจออันนี้มาเพลง I believe I can fly เธอร้องสดในรายการ Today Show ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงในอัลบั้มใหม่ของเธอ

แต่ไม่รู้ว่าใน CD เธอร้องแบบนี้หรือเปล่า แต่ตอนนาทีที่ 2:32 มีคนจับได้ว่าเธอร้อง “I believe I can die…”

เหอๆๆ ซะงั้น

Nail it, Aussie Idols

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music on ตุลาคม 31, 2006 at 11:48 pm

Australian IdolInto the Idolsphere, Australian Idol is my favorite. (Sorry Americans) I’ve been a fan of the show since the first season. My favorite is still the first idol, Guy Sebastian [Climb every mountain, Angel brought me here]. For the later two seasons, the ones I rooted for were the first runners up, Anthony Callea from season 2 [The prayer] and Emily William from the last season [All the way, I'm every woman, Emotion].

For me, not only the more talents, but also the music arrangement and live performance makes the show more interesting and fun to watch. Also you can see how diverse the Australian population from the show. Sometimes the rich diversity make a contestant controversial as not being a real aussie… (-_-”)

This year, only one girl survives in the talent pool among other three male final contestants. She is Jessica Mauboy, a seventeen Indonesian-root girl from Darwin, Northern Territory, who already own two touchdowns (another uniqueness of the show from Mark, one of the judges which I think it calls a good attention and makes the judges’ comments stronger). She somewhat reminds me of Lisa Tucker from American Idol season 5, a young singer who was overshadowed by big voice and big songs. Jessica came to the audition with the big song, Whitney’s I have nothing… (again)…

Here is one of Jessica’s touchdown performance, Christina’s Beautiful.

Here are other touchdown performances of the show:

You can also watch the video from the official website (I still don’t understand why people don’t use youtube instead of hosting their own streaming video files).

This year, the Aussie idol allows the contestants to use instrument. On the final seven round, using instrument is the theme of that week. It’s kind of cool. Anyway, my prediction of the winner would go to Dean Geyer (at least he will stay in the final two).
Overall, I would like to thank youtube and its community so much for being such an excellent media. I could still watch the old seasons and keep updating the current seasons…

พระอาทิตย์ชิงดวงที่ปารีส – Sunset in Paris

In เพลง : Music on ตุลาคม 2, 2006 at 7:07 pm

Excerpt: I just watched a TV special program in which Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn recently played Thai classical music in Paris with the band from Ministry of Culture of Thailand. I really like one of the songs they that she wrote a lyric called “Sunrise”, which usually play as the end of the performance. The lyric is about having all kind of Thai dessert during playing music in the band.

Thai dessertsวันนี้เพิ่งได้มีโอกาสดูรายการพิเศษ ของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ที่สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงดนตรีไทย รายการ “รัตนสังคีต” ที่ปารีส ฟังเพลงพระอาทิตย์ชิงดวง ที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นมาใหม่ และทรงขับร้องด้วยพระองค์เองแล้ว อดนึงชื่นชมในพระอัจฉริยภาพไม่ได้จริง ๆ ครับ เนื้อเพลงมีความสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะเนื้อความ ลองอ่านดูแล้วกันครับ (แต่ถ้าจะให้ดี ต้องได้ลองฟัง ที่พระองค์ทรงขับร้องไว้ด้วย จะดีกว่ามากเลยครับ) ซึ่งว่าไว้ดังนี้

รวมบรรเลง เพลงดนตรี ที่เสนาะ

จังหวะเหมาะสม ทำนองก้องประสาน

สายลมหวน อวลกลิ่นอุมามาลย์
ชวนชื่นบานเมื่อ สดับเพลงขับเอย

(ออกดอก)
ดอกเอ๋ย เจ้าดอกชำมะนาด
กลิ่นหอม สะอาด ชวนรื่นรมย์เอย

เจ้าดอกลำดวนเอย…

เจ้าดอกลำดวนเอย
ชวนให้ชมเชย
สังขยาเจ้าเอย ทั้งขนมตาล
ทั้งทองหยิบ ฝอยทอง
ล้วนแต่ของหวาน
ช่างน่ารับประทาน เสียจริงเอย
เจ้าขนมครองแครงเอย
หม้อแกง ขนมถ้วย
ขนมชั้น ขนมกล้วย
กินด้วยกัน
สามแซ่ แช่อิ่ม
ปลากริมไข่เต่า
กล้วยแขก ข้าวเม่า มาแบ่งปัน
อร่อยทั่วกัน ทั้งวงเอย

(ออกดอก)
น้ำเอ๋ย น้ำกรีนที
อยู่ในวงมโหรี
สบายใจเอย

(ผมแกะเองจากโทรทัศน์นะครับ หากผิดพลาดประการใด ก็ขอพระราชทานอภัยโทษ และขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยแล้วกันครับ)

อ่านแล้วอยากกินขนมเลยครับ

ติดปกซีดี – CD Coverism

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, มั่วซั่ว : Miscellenous, เพลง : Music on กันยายน 15, 2006 at 5:32 pm

Abstrace: I am addicted to new features on iTunes right now. I have spent many hours per day on seeking CD artwork images on the Internet. I went to Amazon, Google (Music) to get the artworks. What an addict! However, there are still more obstacles on the way to complete this ongoing project.. (-_-”)

ไม่อยากเชื่อว่า ทุกวันนี้ใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ทนานมาก มันมีอะไรให้ทำนักหนาก็ไม่รู้แฮะ ไม่ว่าจะเป็นอ่านข่าว เขียนบล๊อก อ่าน-เขียนเว็บบอร์ด ดู Youtube ดาวน์โหลดเพลง คุยกับเพื่อน ไหนยังไม่รวมเวลาทำงานอีก

iTune's Jukebox
ล่าสุด iTunes ตัวใหม่ทำพิษซะแล้ว ก็เพราะไอ้ function ที่มันเหมือน jukebox นั่นแหละ ด้วยความที่เป็นคนอยากให้มันเต็มสมบูรณ์ ก็พยายามหาหน้าปกให้มันครบ เพื่อให้มัน “ดูดี” ก็เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ใช้คนเดียวแท้ ๆ แต่อยากอ่ะ ตอนนี้มีเพลงใน iTunes เกือบ 5 พัน มีเพลงที่มีข้อมูลอัลบั้มอยู่ประมาณสามพันห้า (ถ้าใช้แบบคาดคะเน เอา 5 หาร – ใช้ค่าเฉลี่ย 5 เพลงต่ออัลบั้ม – ก็ตกประมาณ 700 อัลบั้ม) ตอนนี้มีอัลบั้มที่มีหน้าปก (หรือรูป) อยู่แล้วประมาณ 60-70% ตามสายตาคะเน แต่ละอัลบั้มก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ ถึงแม้มันจะสามารถดึงภาพหน้าปกได้อัตโนมัติก็เหอะ แต่ก็มีปัญหาอยู่เยอะ

1. แน่นอนเพลงไทย มันดึงหน้าปกไม่ได้ For sure แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะตอนแรกสุดที่ทำก็คือ select all แล้วก็สั่งให้มันหาอัตโนมัติ หาได้บ้างไม่ได้บ้าง ที่ตลก ก็คือ ตอนแรกคิดว่า bot มันจะไม่เก่ง มันเก่งเกินซะอีก เพราะ Album The Best of Loso ของ Loso มันหาเจอหน้าปกด้วย! แต่ไม่ใช่หน้าปกของ Loso นะ แต่เป็น The Best of Lobo โดย Lobo ป๊าด ฮาไป

2. โปรแกรมหามันก็เก่งพอสมควรนะ ถ้าชื่ออัลบั้มไม่ตรงเป๊ะ ๆ มันก็ยังหาได้ อย่างพวกอัลบั้ม Single งี้ แล้วมันชอบต่อท้าย (Single) มาด้วย หรือเพลง Soundtrack ก็เหมือนกัน แต่ละอัลบั้มก็ identify ไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นใน Amazon มันก็เขียนท้ายว่า Music From Original Soundtrack หรือถ้าเป็นอันอื่นก็อาจจะเขียนต่อท้ายวงเล็บว่า Soundtrack เฉย ๆ แล้วมันก็ยังหาไม่ได้อยู่ดีอ่ะ ตอนหลังตัดพวกคำสร้อยออก เหลือแต่ชื่อหนัง มันถึงจะดึงมาได้

3. ทีนี้ในกรณีอัลบั้มที่หาไม่ได้จริง (ซึ่งก็มีเยอะเหมือนกันนะ) ก็ไปหาใน Amazon ซึ่งมันมีรูปหน้าปกเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็หาใน google ค้นโดยใช้ชื่ออัลบั้มกับชื่อศิลปิน

4. แต่ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ก็กลับมาเช็คว่า ชื่ออัลบั้มกับคนร้องมันตรงกันหรือเปล่า ปรกติถ้าเข้าไป check ใน Amazon ก็พอจะรู้ แต่บางทีก็ไม่ได้ เพราะ

  • ชื่ออัลบั้มผิด หรือชื่อนักร้องผิด
  • ชื่อเพลงไม่มีในอัลบั้มที่เขียนไว้
  • เป็นเพลงในอัลบั้มเพลงรวม ซึ่ง Amazon ไม่ค่อยมีแฮะ

เพราะฉะนั้นก็ต้องตรวจสอบ วิธีการที่จะตรวจสอบก็คือ ใช้ Google Music แทน งงใช่มั๊ยหล่ะ ว่า Google Music มาจากไหน มันก็เป็น Function การค้นของมันที่ถ้ามันรู้ว่าเกี่ยวกับเพลง มันก็จะมี Highlight ผลออกมา ก็เหมือนกับ Google Movie ที่สามารถ Track ข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมหนังของโรงหนังใกล้บ้านได้ สะดวกดี ซึ่ง Google Music เนี่ยมันไม่ได้ Link ต่างหากอ่ะ ต้องค้นคำค้นที่เกี่ยวกับเพลงซะก่อน แล้วค่อยหาไป (trick ก็คือ ให้ใส่ชื่อนักร้อง หรือวงไปก่อน แล้วค่อยใส่ชื่อเพลงตามชื่อนักร้อง – จะก่อนก็ได้ – แล้วมันก็จะบอกว่าเพลงที่เราหานั้น มันอยู่ในอัลบั้มไหน) ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาพอสมควรเลยอ่ะ แล้วใช่ว่าหามาได้แล้ว iTunes จะหาได้อัตโนมัติทุกครั้งไป บางทีก็ต้องย้อนกลับไปหาใน Amazon อีกที

5. สำหรับเพลงไทย อาจจะต้องตัดใจ ใช้รูปศิลปินที่หาได้จากเว็บแทนหน้าปก เพราะลองหาดูแล้ว หายากมาก หรือถ้ามีก็รูปกะจิ๊ดเดียวเอง ที่ยากไปกว่านั้นก็มีอีก คือ พวกเพลงพื้นบ้านของชาติอื่น ๆ (รวมถึงเพลงไทยเดิม) ด้วย ซึ่งหายากมาก เพราะฉะนั้นก็คงต้องหารูปอื่นมาแปะแทน

6. ปัญหาใหญ่อีกอันคือ ไอ้เพลงที่ไม่มีอัลบั้มเนี่ยแหละ ทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษ จะต้องไปรื้อค้นหาข้อมูลมาใหม่เลย แต่คิดว่าถ้าใช้ Google Music อาจจะง่ายขึ้น แต่เพลงไทยเนี่ยไม่แน่ใจ

โปรเจคช้างจริง ๆ นะเนี่ย ว่าแต่จะเอาเวลาที่ไหนไปทำวะเนี่ย??? แต่ก็หน่ะ ก็เลยคิดว่า ทำไปเรื่อย ๆ เพราะปรกติก็ชอบฟังแบบ random อยู่แล้ว มันย้ายไปทางไหน แล้วเห็นว่าไม่มีหน้าปก ก็ค่อยหาละกัน ไม่งั้น อยู่แต่ iTunes เป็นเดือนแน่ ๆ แค่นี้ก็แย่แล้ว กลับบ้านมาทีก็ได้แต่เปิดเล่น iTunes เห้อ…