iTeau

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘เด็กนอก?’

Somewhere… (when tears dropped)

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, เด็กนอก?, เพลง : Music, โทรทัศน์ : TV on สิงหาคม 8, 2007 at 9:09 pm

บ้าไปแล้ว เด็ก 6 ขวบร้องเพลง แต่ตรูร้องไห้ Touching ขนาดนี้ ใครไม่รักเธอ ก็บ้าแล้ว หนูน้อย Connie Talbot จาก Britain’s Got Talent

Bianca ก็ Bianca เหอะ แล้วดนตรีประกอบรายการตอนประกาศผล มันสุดยอดจริง ๆ ฟังกี่ที ๆ ก็ขนลุก

T_T

ถึงแม้น้องจะไม่ชนะ แต่ก็ตรึงใจผู้ชมไปนานเลย (เพราะพอมีดนตรีเข้ามา มันก็เลยดูไม่ค่อยเท่าไหร่ ลองไปตามหาดูเอาเองนะ เหอ ๆ ๆ) ส่วน America’s Got Talent Season นี้ ไม่หนุกอ่ะ

ปล. แถมวีดีโอคนชนะมาฝาก ชื่อ Paul Potts เป็นนักร้อง opera ที่เคยทำงานขายโทรศัพท์มือถือ (ตอนนี้ก็เป็นนักร้องในสังกัด SonyBMG ไปเรียบร้อย โรงเรียนผู้ดี)  ไม่ต่างกันเลย

ลองไปตามหารอบ Semi-Final กับ Final ดูเอานะครับ

Amazing Race: WiiTeau Episode

In บ่นไปเรื่อย : Saying, มั่วซั่ว : Miscellenous, เด็กนอก? on มกราคม 28, 2007 at 4:22 pm

WiiTeauเคยบ่นให้เพื่อน ที่ทำงานฟังว่า เออ ถ้ามีโอกาส อยากได้ Wii เป็นของขวัญให้ตัวเอง ก็พยายามติดตามอยู่ห่าง ๆ ว่าเมื่อไรจะมี Lot ใหม่มา แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยากได้จะเป็นจะตาย ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะถ้าให้ต้องไปอดหลับอดนอนไปรอ เหมือนอย่างตอนเปิดตัวนั่น ก็คงไม่เอาอ่ะ

ที่นี้สองสามวันก่อน เพื่อนที่ทำงานเอา catalog ของ Walmart มาวางไว้บนโต๊ะทำงาน แล้วบอกว่ามีอะไรน่าสนใจ ผมก็เปิดไป อ๊ะ มี Wii ขาย แต่ในใจก็คิด เค้าน่าจะทำมาล่อ เพื่อขายตัวเกมมากกว่า เพราะเช็คไปที่เว็บของ Walmart ทั้งของ Amazon ก็ไม่เห็นมีวี่แวว

เพื่อความแน่ใจก็เลยโทรไป Walmart สาขาที่ไปประจำที่ Durham เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า มีของอยู่ในสต๊อก แต่ไม่ได้บอกว่าจำนวนเท่าไหร่ แถมยังบอกอีกว่าจะเปิดขายตอนต้นกุมภา แต่เราดูใน catalog มันบอกว่า catalog ของตั้งแต่วันที่ January 28 ก็เลยถามย้ำ เค้าบอกว่าใช่ เริ่มขาย 28 มกรา (มีกัํ๊ก…)

ก็ด้วยการส่งเสริม (ยุ) จากเพื่อนคนนี้ เค้าบอกว่า เดี๋ยวเค้าจะขับรถให้ ซึ่งก็ต้องไปตั้งแต่คืนวันที่ 27 เลย (ปล. Walmart เปิด 24 ชั่วโมง) ปรกติเป็นคนไม่ชอบออกไปไหนกลางคืน แต่ก็คิดว่า แหม คืนวันเสาร์ ปรกติก็ไม่ได้ทำอะไร ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร หาไรทำหนุก ๆ (เรื่องเสียตังค์อีกต่างหาก)

เพื่อนมารับตอนห้าทุ่ม ในใจก็คิดว่า ระหว่างทางก็มาคิดดูว่า เอ๊ะ Walmart ที่ใกล้ ๆ เนี่ย มีอยู่ 2 ที่ คือ ที่ Durham กับ Hillsborough ซึ่งสองที่มีก็ระยะทางพอ ๆ กัน เพียงแต่ว่าที่ Durham คนรู้จักมากกว่า เพราะเปิดมาก่อน แล้วก็ใกล้ทั้ง Duke แล้วก็ UNC เพราะฉะนั้น ก็มีโอกาสที่คนจะไปรอกันตรึม ในขณะที่ที่ Hillsborough เนี่ย คนรู้จักน้อยกว่า เพราะเปิดใหม่ แล้วก็ทางเข้าไปในเมืองนั้นก็ผ่านป่า แต่ปัญหาคือ ไม่แน่ใจว่ามันจะมีขายหรือเปล่า เพราะเราโทรไปเช็คที่ Durham ที่เดียว แล้วก็ไม่แน่ใจว่า มันจะมีขายทุกสาขาหรือเปล่า เพื่อความชัวร์ ก็ตรงดิ่งไปที่ Durham ดีกว่า

นั่งรถไปก็คิดว่า มันมี 2 scenario อันแรก คือ ไปถึงแล้ว คนเพียบ เข้าคิวแน่น ก็อาจจะยอมแพ้ไป ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนอีกกรณีนึงก็คือ คนไม่ค่อยรู้ ก็ไปถึงแล้วซื้อได้เลย เพราะดูเหมือนว่า หลายคนยังไม่เห็น catalog นี้ หรือถ้าเห็นส่วนมากก็ไม่ได้ใส่ใจ (ขนาดผมเอง ผมก็ไม่ได้ใส่ใจเหมือนกัน)

พอไปถึง Walmart ก็เดินอ้อยอิ่งไปที่แผนก electronic ที่ต้องเดินช้า เพราะเพื่อนคนที่ขับรถไปด้วย เข่าไม่ดี (อายุรุ่นป้า รุ่นแม่ผมแล้วอ่ะครับ) ก็ต้องนั่งรถเข็นไฟฟ้าของ Walmart เข้าไป พอไปถึงก็ถามพนักงาน เค้าก็บอกว่า “Sold out”

อ่ะ ในใจก็คิดว่า ไรวะ นี่ยังไม่ถึงห้าทุ่มยี่สิบดีเลย หมดได้ไง พนักงานคนเดิมก็บอกว่า ยังไม่ได้ขาย แต่มีคนมาจองเข้าคิวครบ 18 คนตามจำนวนเครื่องที่ได้มาเรียบร้อยแล้ว เค้าบอกต่อว่า คนแรกที่มา มาตั้งแต่บ่ายสามโมง แล้ว Walmart เปิดให้ลงชื่อได้ตอนทุ่มนึง เราก็นึก อ่อ งั้นก็สมควรอ่ะ ที่จะไม่ได้ เค้าบอกว่า มีอีกที่หนึ่งที่มี แต่อยู่ที่ Cary (ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง) แต่ก็น่าจะมีจำนวนเท่ากัน แต่ที่สำคัญ สาขานั้น ไม่ได้เปิด 24 ชม. เปิดตอน 6 โมงเช้า นั่นหมายความว่า ต้องไปตั้งแต่ตีห้า หง่ะ เลิกคิดได้เลย option นี้ ไม่เอาแน่นอน

ในขณะที่คุยอยู่กับเจ้าหน้าที่คนนี้ ก็มีผู้ชายคนนึงใส่เสื้อยึด แล้วก็มีสายห้อยคอพนักงาน แต่เป็นของ duke ทำท่าเข้ามา จะมาถามเจ้าหน้าที่คนนี้ ในขณะที่เรากำลังคุยอยู่ เราก็คิดว่า เค้าเป็นคนทำงานที่ Walmart นี้ แต่ก็เริ่มเอะใจ เพราะพอเราคุยเสร็จ เค้าถามว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า แล้วที่คนไปต่อคิวอยู่ตรงไหน ว่าแล้วเค้าก็วิ่งไปที่ที่ต่อคิวนั่น ในขณะที่เราปล่อยแล้ว ไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่

เพื่อนผมที่ไปด้วยกัน ดูท่าจะผิดหวังมากกว่าเรา เค้าก็เข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง ในขณะที่เราเดินหาของอย่างอื่นในบริเวณนั้น เพื่อนคนนี้ก็ไปถามเจ้าหน้าที่ว่า แล้วที่ Hillsborough (สาขาที่เราคิดว่าจะไปตอนแรกนั้น) เจ้าหน้าที่คนนี้เค้าก็โทรไปที่สาขานั้นให้ทันที แล้วก็พบว่า ที่สาขานั้น ยังมีคนมารอเหมือนกัน แต่ยังไม่เต็ม (แล้วก็ไม่ได้บอกด้วยว่า ไม่เต็มนั้น เหลืออีกเท่าไหร่) ผมเดินกลับมาพอดี เพื่อนผมบอก เราต้องไปอีกสาขาแล้วหล่ะ ผมก็โอเช ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว แล้วมันก็ไม่ไกลจะบ้านเราเท่าไหร่ (ออกจะใกล้กว่าสาขานี้อีกด้วย)

เป็นเวลาเดียวกันกับผู้ชายที่วิ่งไปที่คิวนั้น กลับเข้ามา ได้ยินที่เจ้าหน้าที่คนนั้นพูดกับเพื่อนผมพอดี แต่ที่สำคัญเค้าไม่รู้ว่า ไอ้ Walmart สาขานี้มันอยู่ตรงไหน ในขณะที่ผมกับเพื่อนเริ่มเดินออกมาแล้ว แต่ด้วยความที่เพื่อนผมใช้รถเข็นไฟฟ้า มันก็ไปไม่ได้ไวเท่าไหร่ พอเจ้าหน้าที่คนนั้น อธิบายทิศทางให้ผู้ชายคนนั้นเสร็จ เค้าก็วิ่งงงงงงงงงง แซงหน้าเราไปหน้าตาเฉย ผมยังตะโกนให้เพื่อน ออกแนวขำ ๆ ว่า โอ้ว เค้าวิ่งไปแล้ว

ความรู้สึกเหมือนอยู่ในรายการ Amazing Race ก็เริ่มขึ้นทันที เพื่อนผมก็ speed รถเข็นเต็มที [นึกภาพเร่งรถเข็นช๊อปปิ้ง (-_-")]แล้วก็เดินไปที่รถ ในขณะที่ผมออกมาจากประตู Walmart ผมเห็นรถของผู้ชายคนนั้นบึ่งออกไปแบบเต็มที่

เนื่องจากตอนนั้นเราไม่รู้ว่า สาขาที่เราจะไปนั้นเหลือ Wii อีกกี่อัน ถ้าเหลืออีกอันเดียว แล้วเค้าได้ไปก็เป็นดวงก็แล้วกัน เพื่อนผมก็บึ่งรถเต็มที่เหมือนกัน ข้อได้เปรียบของเราก็คือ เรารู้เส้นทาง ในขณะที่คนนั้น ไม่รู้จักที่นี่มาก่อน แล้วทางเข้าก็มีแค่สองเลน ข้างทางก็ไม่ค่อยมีบ้านคน มีแต่ป่า ถ้าคนไม่เคยมาก่อน ก็อาจจะคิดว่ามาผิดทางก็ได้ หรือไม่เค้าก็อาจจะเลย exit ก็ได้ เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ควรหมดความหวังเสียทีเดียว มิหนำซ้ำ มันทำให้ Trip นี้มันทำให้สนุก ตื่นเต้นเข้าไปกันใหญ่ จริง ๆ ถ้าไม่มีผู้ชายคนนี้ เราก็คงจะไวขึ้นมาหน่อย แต่ก็ไม่ได้เร่งขนาดนี้

ระหว่างขับรถ ก็นึกขำกันไป ว่า ขาดอย่างเดียว ไม่มีกล้องตาม ไม่งั้น Amazing Race เลยนะเนี่ย ประมาณ 9-10 นาทีเราก็ถึง ไม่ทันที่จะเข้าที่จอดรถ ผมก็วิ่งงงงงงงง ดิ่งเข้าไปในแผนก electronic ก็วิ่งเข้าไป ก็เจอผู้ชายคนนี้กำลังลงชื่ออยู่ ท่ามกลางคนนั่งรออยู่ไม่ถึงสิบคนดี แล้วเค้าก็ชี้มาที่ผม แล้วก็บอก “คนนี้แหละ”

หลังจากนั้น คนปรบมือ โห่กันเกรียววววเลย บอก “You made it” ผมงี้ อะไรวะ เข้าใจว่า ผู้ชายคนนี้คงเล่าเรื่องที่เราประมาณว่าแข่งในที่กัน ให้คนที่อยู่ในแถวฟังเรียบร้อยแล้ว คนในแถวมีทั้งคนมีอายุ แล้วก็คนรุ่น ๆ แล้วก็เด็กเพิ่งวัยรุ่น ที่มากับพ่อแม่

สรุปผมมาเป็นคนที่ 8 (แปดครับ ไม่ได้เขียนผิด) คนน้อยจริง ๆ ผิดคาด แต่หลังจากที่ผมมาถึง ก็มีคนมาต่ออีกสี่ห้าราย (จนผมจ่ายตังค์แล้ว ของยังขายไม่หมดเลย แต่เข้าใจว่าตอนนี้ไม่น่าเหลือแล้วอ่ะครับ)

คุยกับผู้ชายคนที่แข่งกันมา ก็ได้ความว่า ตอนที่เค้าวิ่งไปที่คิวที่เค้าต่อกันที่ Durham (สาขาแรกที่เราไปนั้น) เค้าบอกว่า เค้าเข้าไปถามคนในคิว แล้วโดนตอบกลับมา พร้อมกับสายตาเหยียดหยามมาก ว่า “หมดแล้ว” (แหม ก็แน่หล่ะ คนอื่นเค้ามารอตั้งแต่บ่ายสาม) ที่ขำอีกอัน พอคุยกันซักพัก เค้าก็ถามผมว่า เค้าควรจะกลับทางไหน เหอๆๆ ประมาณว่าหาทางกลับไม่ถูกซะงั้น

พอได้เวลาเที่ยงคืนกับหนึ่งนาที เครื่องแรกก็จ่ายออกไป คนแรกที่ซื้อไปเป็นผู้หญิง อายุน่าจะราว 40-50 แล้วครับ เค้าบอกว่าเค้ามารอตั้งแต่ ห้าโมงครึ่ง สามีเค้าก็มาต่อแถวเป็นคนที่สอง พอมาถึง เค้าก็เดินไป section Furniture ในห้าง แล้วก็เอาไอ้เก้าอี้เบาะแบบนั่งกับพื้นอ่ะ มานั่งสบายในใจเฉิบ เหอๆๆ

กลับมาถึงบ้าน ก็ต่อเครื่องเรียบร้อย ลองเล่นไปเล่นมา กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสี่ ทำให้นึกถึงสมัยเด็กตอนที่ได้เครื่อง nintendo มาใหม่ ๆ เลยอ่ะ เล่นกันข้ามวันข้ามคืน เห้อ! เป็นไปได้นะเรา

อ้อ อีกอย่าง ลองถ่ายวิดีโอตัวเองตอนเล่น น่าอายชะมัด ทำไปด้าย!

Freedom of Press in Thailand: Getting Worse?

In นโยบาย : Policy, บ่นไปเรื่อย : Saying, เด็กนอก?, SOCI708 on พฤศจิกายน 2, 2006 at 3:41 pm

After reading an opinion piece in today Daily Tarheel about press freedom, I wonder where is Thailand in the press freedom ranking (Too bad, the DTH does not include Thailand in the table). One could easily imagine that the ranking should be worse since the coup.

In the latest ranking done by Reporters Without Borders, French-based association for press freedom, Thailand is ranked 122th place with 33,50 index score. However, the ranking do NOT include the situation after the coup since the data were collected based on the events between September 1, 2005 and September 1, 2006. The method covers 50 criteria including “every kind of violation directly affecting journalists (such as murders, imprisonment, physical attacks and threats) and news media (censorship, confiscation of issues, searches and harassment).”

Well, does the 122th place tell something then?

The number 122 could not tell something without its context, right? Here are some contexts I can grab.

168 countries are ranked in this report. For Thailand’s neighboring countries, Indonesia is ranked 103th, Cambodia 108th, Malaysia 92nd, Philippines 142nd, Vietnam 155th, and Burma (not surprisingly) 164th.

The data is based on the time when the political turmoils were very intense, especially between ousted Prime Minister Thaksin and Sonthi, an opponent leader who have media on hand.

Thaksin has been “accused of using his political and economic power to silence dissenting voices and curbing freedom of speech based on the fact that he has direct authority over the state-owned TV stations while his family controls the other broadcast TV channels.” (Wikipedia on Censorship in Thailand, Nov. 2, 2006)

There were a lot of legal cases between Thaksin government and media, especially those who explicitly were Thaksin’s opponents.

“On 11 October 2005, Thaksin sued Manager newspaper for THB 500 million. (news source) As monks have traditionally been above criticism, Thaksin did not sue Luang Ta Maha Bua. “This is an exercise of an individual’s right to protect his reputation and privacy. The newspaper did not criticise the prime minister fairly as a public official, but rather it took him to task personally, using harsh words, which was damaging to him,” Thana Benjathikul, Thaksin’s lawyer said.” (source: Wikipedia on Thailand political crisis 2005-2006, Nov. 2, 2006)

In terms of longitudinal context, 2006 is the worst year for the press in Thailand.

  • 2002 – 65th with score 22.75 (tied with Madagascar)
  • 2003 – 82th with score 19.67 (following Thai neighbor, Cambodia placed on 81th rank.)
  • 2004 – 59th with score 14,00
  • 2005 – 107th with score 28,00
  • 2006 – 122th with score 33,50

It seems like 2004 is the best year for Thai press. Comparing only the ranking sounds not quite right. For example, in 2003 the ranking of Thai press was worse than the one in 2002. However, the less score mean the more freedom of the press which mean the freedom score in 2003 is better than the one in 2002. Thus, it seems likely that in 2003 it was a better year for press in overall. However, I am not quite sure about the reliability of these scores over years. Therefore, this is just an observation, not the empirical evidence until I got confirmed by the researcher.

Please note that the data source are Reporters Without Borders’ partner organizations “and its 130 correspondents around the world, as well as to journalists, researchers, jurists and human rights activists“. I do not know the data source for Thailand which would definitely affect the reliability of the index. Anyway, it seems likely that the political turmoil made some media explicitly in the news rather reporting the news.

2006 Questionaire

Note: The list of freedom predators and its black list are also interesting.

Well, I guess we have to wait for the next year then to see the “coup” will make “democracy” or “democrazy”.

Neutral Look To Be Official

In บ่นไปเรื่อย : Saying, มั่วซั่ว : Miscellenous, เด็กนอก?, INLS715, iTeaudemia on ตุลาคม 30, 2006 at 11:41 pm

In addition to fingerprint, traveler’s photo is also important for identification. For verification, only human is the most reliable I guess. However, governments looks like trusting computer systems rather than human due to transparency and financial affordability.

Reliability is the major concern for the electronic verification. Hence, the British government recently bans happy face on passport photos.

[t]oothy, open mouthed grins are being outlawed from the tiny 35mm by 45mm photographs because they will throw off scanners used at airports“, according to BBC.

The facial recognition will counter the problem with open-mouth photo! Therefore, they need a neutral look which could be plotted on scale as the rule says “photographs must show no shadows: your face looking straight at the camera, a neutral expression, with your mouth closed.” So what is it actually, a neutral face? Isn’t it that kind of face we usually do when we do official photo?

Talking about taking official photos, not limited to passport ID, I am sure that you all have more or less memory about it.

Read the rest of this entry »

Let’s Hug – มากอดกันเถอะ

In บันเทิง : Entertainment, มั่วซั่ว : Miscellenous, เด็กนอก? on ตุลาคม 2, 2006 at 12:28 am

Paul Jones แนะนำเรื่องของ Juan Mann กระทาชายชาว aussie คนหนึ่งที่รณรงค์ Free Hug ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย แล้วก็มีคนเอาไปทำเป็น video ลงใน youtube จนได้รับความนิยมอย่างสูง รวมถึงเพลงของ Sick Puppies ที่ใช้ใน music video ก็พลอยดังไปด้วยเลย


บางทีคนเราไม่รู้หรอกว่า เราต้องการการกอดมากน้อยแค่ไหน จนมาเห็นคนอื่นเค้ากอดกันแล้วเนี่ย เออ แฮะ… ลองดูเอาเองก็แล้วกันครับ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.