iTeau

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘library2.0’

ใครอ่านอะไร อ่านทำไม อ่านแล้วได้อะไร

In งานวิจัย : Research, บรรณารักษ์ : Librarian, สถิติ : Statistics, ห้องสมุด : Libraries, library2.0 on มีนาคม 17, 2009 at 10:16 am

ถ้าใครติดตามอ่านงานเก่า ๆ ของผม คงจะพอทราบว่า ผมค่อนข้างจะสนใจเรื่องการความรู้เกี่ยวกับการอ่านมาใช้ให้งานห้องสมุดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การอ่านเป็นเหมือนพฤติกรรมที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันสำหรับคนทำงานห้องสมุด แต่โดยลึก ๆ มันคือ การสัมผัสที่ทำให้เราได้มาซึ่งสารสนเทศที่เราต้องการ

ผมไม่ค่อยเห็นคนไทยบ้านเราทำการวิจัยหรือพัฒนาเกี่ยวกับการอ่านจากมุมมองของบรรณารักษ์เท่าไหร่ ในแบบจำลองด้านการศึกษาผู้ใช้ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่มักมองข้ามกระบวนการในการรับรู้ขั้นพื้นฐานนี้ไป ก็เลยเป็นที่มาของบทความชิ้นใหม่บน On Open ซึ่งพยายามทำความเข้าใจกับพฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทยผ่านผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปีล่าสุด (2551) และการสำรวจครั้งก่อน (2548) หลังจากนั้นก็มาลองหาสาเหตุทางด้านจิตวิทยาว่า ทำไมคนถึงอ่านหนังสือ และปิดท้ายด้วยคำถามที่ว่า จะนำความรู้และแนวความคิดด้านการอ่านมาใช้ในงานห้องสมุดและศูนย์สารสนเทศได้อย่างไร บทความนี้ก็เพียงต้องการจะกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงต่อยอดความรู้เรื่องการอ่านแล้วนำมาพัฒนาการทำงานต่อไป หวังว่าพออ่านได้ (ถึงแม้ว่าจะยาวไปหน่อย ก็ทะยอยอ่านก็แล้วกัน)

และก็ถือว่าเป็นการต้อนรับสัปดาห์หนังสือแห่งชาติไปในตัว…

ไอทีจุ้นจ้านกับคนทำงานหัวเก่า

In บรรณารักษ์ : Librarian, ห้องสมุด : Libraries, library2.0, Thaibrarian on มีนาคม 15, 2009 at 11:51 am

หลายครั้งคนทำงานรุ่นใหม่พยายามจะหาวิธีการปรับปรุงพัฒนา online collection ด้วยวิธีการเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา collection แต่ก็ต้องเจอข้อโต้แย้ง/คำถามจากแนวคิดแบบเก่า เช่น ถ้าเปิดให้ผู้ใช้ tag หนังสือเองได้ แล้วใครจะคุม แล้วจะได้คุณภาพได้อย่างไร ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งที่พบเห็นอยู่ได้ทุกครั้งที่มีการพูดถึงเรื่องนี้

ก็เลยอยากแนะนำให้ดู presentation โดย Micheal Edson อันนี้

web tech guy and angry staff person

ถึงแม้ข้อโต้แย้งบางอันจะดูไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าไหร่ แต่ก็ได้ idea [ที่มา:  Library Link of the Day]

ปล. พูดถึงเรื่อง tag เพิ่งทราบว่าห้องสมุดสามารถ import (ซื้อ) tag ของ LibraryThing ได้ แต่การซื้อ tag นั้นไม่ได้มาทั้งหมด จะได้เฉพาะ 20 tag ยอดนิยมเท่านั้น เพื่อเป็นการ screen out tag ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป [ที่มา: ACRL conference blog]

เสียงสะท้อนจาก LC

In บรรณารักษ์ : Librarian, ห้องสมุด : Libraries, library2.0, Thaibrarian on มิถุนายน 10, 2008 at 4:32 pm

เมื่อต้นปีนี้ คณะทำงานชุดพิเศษด้านการควบคุมบรรณานุกรม ที่ตั้งขึ้นโดย LC ได้เผยแพร่รายงาน Off the record (ซึ่งผมเคยเขียนถึงไว้ครั้งหนึ่ง เมื่อตอนที่เปิดรับข้อคิดเห็นครั้งสุดท้าย) ถือได้ว่าเป็นเอกสารที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก ทั้งจากภายใน LC และภายนอก

แต่ที่ดูจะเป็นสีสันมากที่สุด คงจะเป็นการวิจารณ์วิจารณ์จากคนภายใน LC เอง โดยเฉพาะการวิจารณ์รายงานฉบับนี้อย่างถึงพริกถึงของ Thomas Mann บรรณารักษ์ reference ของ LC เอง ซึ่งหลัก ๆ ไม่ใช่เป็นการโต้แย้งในเชิงสมมติฐาน แต่หากเป็นการวิจารณ์ประเด็นที่ขาดตกบกพร่องไปเสียมากกว่า (นอกเรื่องหน่อย พักหลัง ๆ นี่มีการปะทะกันทางวิชาการค่อนข้างบ่อย เมื่อเร็ว ๆ นี้ Marcia Bates ก็โต้ตอบ Hjørland ที่ไปวิพากษ์ paper เรื่อง นิยามของ information ใน JASIST, 59(5):842–844 แอบมันส์เล็กน้อย :D) 

ล่าสุด Deanna B. Marcum ก็ได้ออกรายงานแสดงความคิดเห็นในฐานะตัวแทนของ LC เองแล้ว โดยได้รวบรวมความคิดเห็นจากหลายฝ่ายใน LC (รวมทั้งของ Mann ด้วย) มีประเด็นที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของ LC ในการเป็นผู้นำในการควบคุมรายการบรรณานุกรมหลายเรื่อง โดย Marcum ได้ตอบรายงานเป็นข้อ ๆ พร้อมระบุว่า สนับสนุนข้อเสนอแนะหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ชี้แจงสิ่งที่ LC กำลังทำอยู่ในปัจจุบันและแผนงานในอนาคต จึงอยากแนะนำให้อ่านกัน

ส่วนใหญ่ Marcum สนับสนุนข้อเสนอเกือบทุกข้อ ยกเว้นข้อที่เสนอแนะให้ปรับปรุงกระบวนการ CIP ให้เป็นกระบวนการอัตโนมัติ (เพื่อลดความซ้ำซ้อน) โดย Marcum ชี้ว่า กระบวนการดังกล่าวยังมีปัญหาในเชิงปฏิบัติ ทั้งความร่วมมือของสำนักพิมพ์ที่โดยทั่วไปยังน้อยอยู่มาก นอกจากนี้ความพยายามที่จะสร้างข้อมูลรายการบรรณานุกรมเชิงบรรยาย (เชิงพรรณนา) ให้เกิดขึ้นก่อนกระบวนการลงรายการนั้น เป็นไปได้เฉพาะกับผู้ผลิตที่เป็นสำนักพิมพ์เพื่อการค้าเท่านั้น อีกทั้งสำนักพิมพ์ต่างประเทศก็ไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้เช่นกัน

ประเด็นที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็เช่น ทิศทางของ PCC, ความพยายามที่จะแปลง LCSH ให้อยู่ในรูปแบบของ SKOS เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโปรเจคภายนอกที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารฉบับนี้ที่น่าสนใจ เช่น โปรเจค AMeGA เพื่อลดการทำงานในการสร้างและจัดการรายการควบคุม (authority record), ที่ Stanford ก็กำลังศึกษา computational analysis ของ LCSH แต่ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผม คือ การพูดถึง WPopac หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Scriblio (จำได้ว่าเคยเข้าไปดูโปรเจคนี้สมัยเกิดขึ้นใหม่ ไม่คิดว่าตอนนี้จะไปไกลได้เร็วขนาดนี้) ซึ่งเป็นโปรเจคที่พัฒนา OPAC + CMS ของห้องสมุดโดยใช้ WordPress เป็นโครงสร้าง เป็นความร่วมมือร่วมกันระหว่าง Plymouth State University กับ Cook Memorial Library ยิ่งเห็นตัวอย่าง ต้องยอมรับว่าเนียนมาก ถึงแม้ว่าจะยังมีหนทางในการพัฒนาเพิ่มเติมอีกเยอะ (เช่น เรื่อง Browsing, การใช้หัวเรื่องและหมวดหมู่ให้เต็มประโยชน์) แต่ก็ยอมรับว่า tweak ได้เก่งจริง ๆ (แอบชอบ ระบบช่วยคิดคำค้นอัตโนมัติในระหว่างที่พิมพ์ -ออกแนวคล้าย T9 ในมือถือ- และเชื่อมโยงให้เข้ากับ google translation)

folksonomy รูปภาพและห้องสมุด

In บรรณารักษ์ : Librarian, บ่นไปเรื่อย : Saying, ห้องสมุด : Libraries, library2.0, Social Networking, Thaibrarian on มกราคม 16, 2008 at 6:29 pm

ล่าสุด Flickr ร่วมมือกับห้องสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Thanks Terrell for bringing this to my attention!) นำรูปใน collection ต่าง ๆ มาเก็บไว้บน Flickr เพื่อให้คนใช้ช่วยกัน tag รูป ผ่านโครงการที่ชื่อว่า The Commons (อ่านเพิ่มเติม: ประกาศของ LC กับ Flickr)

บนประกาศของ LC ก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายหลัก ได้แก่

“how to ensure better and better access to our collections, and how to ensure that we have the best possible information about those collections for the benefit of researchers and posterity.”

“ทำให้การเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ดียิ่งขึ้น และทำให้มีข้อมูลที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เกี่ยวกับทรัพยากรเหล่านี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักวิจัย และความเจริญก้าวหน้าต่อไป” (แปลโดยผู้เขียน)

LC มีทรัพยากรสารสนเทศประเภทรูปภาพ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของสิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่น ๆ กว่า 14 ล้านชิ้น คนที่ทำงานด้าน catalog คงทราบดีว่า การลงรายการบรรณานุกรม ของทรัพยากรประเภทนี้มีความท้าทายมากน้อยเพียงใด แค่เพียงการพิจารณาหาหัวเรื่อง รายชิ้น ก็เป็นอันถอดปลั๊กได้เลย (ยังไม่ต้องลงรายละเอียดที่ว่า การตีความของรูปนั้นแตกต่างกัน)

นอกจากนี้ภาพส่วนใหญ่ ไม่มี contextual metadata หลงเหลืออยู่เลย ทั้งนี้ จะพบว่า การจัดเก็บและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับภาพถ่ายต่าง ๆ จะไม่ norm ของสังคมเท่าไหร่นัก เช่นเอาง่าย ๆ ว่า ภาพนี้ใครเป็นคนถ่าย ถ่ายที่ไหน หรือใครอยู่ในภาพบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าเป็นรูปภาพสมัยก่อน การจะดึงข้อมูลเหล่านี้มา จากรูปเพียงหนึ่งใบ อาจจะต้องอาศัยทั้งนักมนุษยวิทยา สังคมวิทยา นักประวัติศาสตร์มาช่วยกันวิเคราะห์เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอน มันก็ไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะฉะนั้น collection รูปภาพที่มีส่วนใหญ่ในห้องสมุด ก็มีแต่เพียงรูป แต่ไม่มี metadata เพื่อให้เข้าถึงได้

ถึงแม้ว่า ใครก็จะบอกว่า ประวัติศาสตร์ของอเมริกายังใหม่ (ดังนั้น จึงน่าจะมีการจัดเก็บข้อมูล สารสนเทศในเชิงประวัติศาสตร์ได้ดี) แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ก็ไม่ใช่เสมอไป สมัยหนึ่ง เคยต้องไปทำ digital collection หนึ่งของ Carnegie Library of Pittsburgh ซึ่งเป็น collection ของรูปภาพล้วน ๆ สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดของ project นั้นไม่ได้อยู่ที่ความน่าเบื่อหน่าย (tedious) ในการ scan รูปภาพเหล่านั้น หากแต่อยู่ที่ metadata ที่ควรจะช่วยเป็นบริบทของรูปภาพจำนวนมากนั้น ๆ ไม่มี ที่พอจะหาได้บ้าง ก็จะเป็นตามหลังรูป ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างหลากหลายกันไป (จริง ๆ นับว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย หากมีคนสนใจจะทำวิทยานิพนธ์เรื่อง เกี่ยวกับ annotation หลังรูปภาพ เพราะน่าจะมีประโยชน์) และก็เป็นจำนวนน้อย รูปที่เหลือก็จะกลายเป็นเพียง bits ที่ถูกเก็บไว้ในฮาร์ดดิสเท่านั้น เพราะฉะนั้นโอกาสที่ collection พวกนี้จะถูกเอาออกมาใช้ แทบจะไม่มีเลย

สารสนเทศถ้าไม่ได้ใช้ ก็แทบจะไม่มีคุณค่า นึกถึงรูปที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์จำนวนมาก ที่ไปหลบอยู่ซอกหลืบไหนก็ไม่รู้ และเราก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ถึงแม้จะรู้ว่าอยู่ในห้องสมุดนี่แหละ แต่จะให้เอาเวลาทั้งวันไปรื้อ ก็คงจะไม่ไหว (ถ้าไม่สำคัญจริง ๆ) การจัดเก็บที่ไม่ได้ช่วยให้เข้าถึงได้ง่าย ก็ดีกว่าการที่รูปปลิวตกไปอยู่ในถังขยะอยู่หน่อยเดียว

ดังนั้นความร่วมมือระหว่าง Flickr กับ LC ถือว่า เป็นโครงการที่น่าจับตามองทั้งในเชิงการจัดการทรัพยากร (ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างบน) และในเชิงการให้บริการ และการมีส่วนร่วมของชุมชน

อย่างไรก็ตามความท้าทายของโครงการนี้ หลัก ๆ ผมมองไว้อยู่สองประเด็น ประเด็นแรก ก็คือ ความร่วมมือของชุมชน ที่ปราศจากแรงกระตุ้น (incentive) เป็นตัวเป็นตน ข้อสังเกตที่สำคัญ ก็คือ ความจริงที่ว่าคนส่วนใหญ่มักจะ tag รูปของตัวเอง มากกว่ารูปของคนอื่น (แน่นอน เพราะความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันมันมีมากกว่า) เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้คน สนใจที่จะ tag รูปภาพเหล่านี้ (โดยไม่นับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ) นั่นก็คือ ความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ (ในลักษณะชุมชน) และอาจแฝงไปด้วยชื่อเสียง

ซึ่ง incentive ที่ว่านี้ มันต้องอาศัย identity ติดมาด้วย ซึ่งกรณีนี้ Terrell เปรียบเทียบให้เห็นได้อย่างชัดเจน ว่า สิ่งที่ tag ใน del.icio.us กับ flickr ต่างกันก็คือ การที่เชื่อมโยง tag กับคนที่ tag เข้าด้วยกัน ทำให้เราทราบว่า ใครมองอะไร อย่างไร (แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมบนบล๊อกของ Terrell ซึ่งค่อนข้างเขียนไว้ได้อย่างชัดเจน)
นอกจากนี้ แรงกระตุ้นอีกอย่างหนึ่ง และค่อนข้างเป็นทางตรง ก็คือ การมีสิทธิในการนำรูปภาพเหล่านี้ไปใช้ต่อ อย่างไรก็ตาม ประเด็นของการนำไปใช้งาน ค่อนข้างจะไม่ชัดเจนในเรื่องของ ลิขสิทธิ์ กล่าวคือ รูปที่อยู่ในโครงการนี้ ระบุไว้ว่า อยู่ภายใต้ “No known restrictions” ซึ่งในที่นี้ LC ขยายความไว้ว่า เป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองแต่หมดอายุ และไม่ได้มีการต่ออายุ หรือเป็นงานในช่วงปลาย คริสตศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ที่ไม่มีหลักฐานการถือครองลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตามก็มิได้หมายความว่า ตกไปเป็นของสาธารณะ (public domain) ในขณะที่ Flickr เอง ก็ตอบไว้อย่างคลุมเครือมาก ซึ่งเท่าที่ฟังจะโทนน้ำเสียง ก็ประมาณว่า “น่าจะได้” แต่ก็ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้บ้าง

Code4Lib Journal Arrived!

In บรรณารักษ์ : Librarian, ห้องสมุด : Libraries, เป็นการเป็นงาน : Seriously, library2.0 on ธันวาคม 18, 2007 at 3:27 pm

แนะนำวารสาร open access ออกใหม่ Code4Lib

This mission of the Code4Lib Journal is to cover “the intersection of libraries, technology, and the future.” We hope that this journal can be one more contribution to the developing culture of collaboration around library technology, and we welcome you to join in our experiment.

เน้นการสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน เพราะฉะนั้นไม่ academic จ๋า ไม่เน้นทฤษฎีจัด อ่านง่าย ฉบับแรก ก็มีทั้งเรื่อง  NCSU Catalog เปิด API สำหรับค้นหนังสือและตรวจสอบ availability ในนาม CatalogWS ซึ่งทำให้ application ที่เอาไปใช้ก็หลากหลาย เช่น ค้นผ่านโทรศัพท์มือถืิอ, การพัฒนา application การค้นแบบ Facet หรือการนำไปใช้กับ SNS เป็นต้น; การวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย และโอกาสของการค้นแบบ Facet และการใช้ LCSH ซึ่งน่าสนใจมาก (อ่านเพิ่มเติม: ค้นแบบ facet บน OPAC); ประสบการณ์ และแนวทางในการการนำ CMS มาช่วยในการเข้าถึง collection ของห้องสมุด ที่ Georgia Tech เป็นต้น

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.