iTeau

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘TCDC’

Automatic Book Locators

In งานวิจัย : Research, ห้องสมุด : Libraries, TCDC, Thaibrarian on ธันวาคม 25, 2007 at 2:32 pm

ไปเจอ กระทู้หนึ่งในห้องหว้ากอ ของพันทิป เขียนโดย คุณนาโน ที่แนะนำระบบห้องสมุดในฝัน (ขออนุญาต นำมา  quote ไว้ในบล๊อกนะครับ เผื่อพันทิปเค้าลบกระทู้นี้ออกไป)

ชื่อกระทู้: ระบบค้นหาหนังสือในห้องสมุด..ในฝัน

1.ระบบที่ 1 เพียงแค่คุณคีย์ชื่อ/รหัส หนังสือ วัตถุดังกล่าวก็จะแปร่งแสง และเสียงออกมาให้เราทราบตำแหน่ง

2.ทำเป็นรีโมตคอนโทรลแทนคอมพ์ก็ได้ ชี้ไปที่ห้องสมุด
วัตถุดังกล่าวก็จะแปร่งแสง และเสียงออกมาให้เราทราบตำแหน่ง

ถ้าหนังสือถูกยืมออกไปจากห้องสมุด สัญญานจะไปปรากฏที่โต๊ะ/เคาเตอร์ของบรรณารักษ์แทน

มีใครสนใจไปสร้างก็จะดีไม่น้อย

Photo from Ambient Intelligence Lab บวกกับคอมเมนต์ของคุณ bact’ เกี่ยวกับข้อจำกัดทางกายภาพ ในการจัดชั้นหนังสือ ทำให้นึกถึง Keynote ASIST เมื่อสองปีก่อน ที่ Charlotte ของ Patti Maes หัวหน้า Ambient Intelligence Lab ของ MIT Media Lab ที่แนะนำ project Object Awareness ของนักศึกษาคนหนึ่ง (ผมจำได้ว่า ผมเคยเขียนเกี่ยวกับ project นี้ครั้งหนึ่ง แต่ที่ไหนจำไม่ได้ -_-” ถ้าใครไปเจอผมเขียนทิ้งไว้ที่ไหน ช่วยบอกด้วย เหอๆๆ)

หลักการง่าย ๆ ของ project นี้ก็คือ ใช้มือถือ เป็นตัวเก็บ user profile เมื่อเอามือถือที่ activate สัญญาณ bluetooth แล้ว ส่งสัญญาณไปที่ตัวรับสัญญาณ ที่ติดอยู่กับตัวหนังสือ หนังสือเล่มไหนที่มีข้อมูลตรงกับ user profile ไฟ LED ที่ในตัวรับสัญญาณ ก็จะสว่างออกมา

David Gatenby ซึ่งเคยเป็นนักศึกษาใน lab นี้ ก็เขียน Thesis เกี่ยวกับ project นี้ [PDF] (ในชื่อ Galatea system) ไว้อย่างละเอียด และน่าสนใจ ตั้งแต่รายละเอียดด้าน software, user interface หรือแม้กระทั่งตัวชุดอุปกรณ์

เพราะฉะนั้น แนวคิดแบบนี้ที่จะทำให้เป็นจริง ในทางเทคนิค เป็นไปได้มาก แต่ในทางการค้า และสังคมดูเหมือนจะมีปัญหา ผมแนะนำให้อ่านบทที่ 7 กับ 8 ของ Thesis (ตั้งแต่หน้า 88) ของ Gatenby ซึ่งเป็นบทแนะนำ เกี่ยวกับการศึกษาหรือพัฒนาต่อในอนาคต และบทสรุป ที่ครอบคลุมหลายประเด็น เช่น  การทำงานในบริบทที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ความท้าทายในการเก็บข้อมูลบริบทอื่น ๆ ซึ่งทั้งหลาย ทั้งปวงมันก็มีหัวใจสำคัญ อยู่ที่เรื่องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกลายเป็นประเด็กถกเถียงของคนเข้าฟัง Keynote ในวันนั้น

แต่กระนั้น ผมก็ไม่อยากให้กลายเป็น ข้อจำกัดในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ project เหล่านี้ ถึงแม้อาจจะทำไม่ได้จริง ณ ตอนนี้ แต่หากต่อยอดต่อไป อาจจะมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านี้

Picture from Barcoding Inc.ยกตัวอย่างในอีก case หนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับ book locator ซึ่งจะว่าไปการจัดการ location ของหนังสือบนชั้น จัดการได้ง่าย โดยเฉพาะห้องสมุดที่ใช้ RFID โดยปรกติห้องสมุดที่ใช้ระบบ RFID จะมีอุปกรณ์ชุดหนึ่ง เป็นอุปกรณ์มือถือ (หน้าตาคล้าย ๆ ที่ตียุง บางยี่ห้อ ก็เหมือนตัวยิงบาร์โค้ด) เอาไว้ scan หนังสือในชั้น ปรกติก็คือ เอาไว้จัดการ inventory กับตรวจสอบการจัดชั้นหนังสือ

อย่างไรก็ตาม มีอีก idea หนึ่งที่ถูกดัดแปลงมาในเชิงพาณิชย์แล้ว ก็คือ การเอาตัว RFID reader ไปที่ไว้ที่ชั้นหนังสือเลย หน้าตาของชั้นพวกนี้ ไม่ต่างจากชั้นหนังสือทั่วไป เพียงแต่ว่า หนังสือที่ถูกเคลื่อนย้ายถ่ายโอย หรือถูกหยิบยืม สามารถถูก detect ได้จากตัว reader ที่ติดบนชั้นนั้น มีขายแล้วครับ แต่แพงมาก เพราะตัวอ่าน RFID ตัวหนึ่ง ๆ ราคาแพงมาก  คงต้องรออีกซักพักใหญ่ ๆ ที่จะเห็นอยู่ตามชั้นหนังสือห้องสมุดในบ้านเรา  (ตอนที่ทำ TCDC ก็เคยหามาลองสอบถามดู แพงมาก ตอนนี้ TCDC ก็เลยพัฒนาระบบ browse ชั้นหนังสือขึ้นมาเอง ที่เป็น touch screen ที่อยู่ตามชั้นหนังสือนั่นแหละครับ เป็น in-house development อีกชิ้นหนึ่งและต้องให้ credit กับคุณเลอชาติ)

ตอนนี้ถ้าจะเป็นไปได้ ก็คงจะมีตามร้านค้าปลีกชั้นนำที่กล้าลงทุน หรือก็บรรดา warehouse ต่าง ๆ สำคัญที่ว่า ต่อไปในอนาคต ร้านค้า หน่วยงาน หรือองค์กรไหนที่มีระบบ RFID ติดตั้งอยู่ ควรจะต้องมีการแจ้งแก่ผู้ที่มาติดต่อให้ทราบด้วย เพราะนั่นหมายความว่า คุณสามารถถูก Big brother มองคุณอยู่ก็เป็นได้!

TCDC issue: Hit me baby, one more time!

In การเมือง : Politic, นโยบาย : Policy, TCDC on ธันวาคม 9, 2007 at 12:48 pm

หลังจากคราวที่แล้ว ดูเหมือนไม่ได้รับการตอบสนองที่น่าพึงพอใจ จากผู้บริหารชุดใหม่ (และไม่แน่ใจว่า จะเป็นชุดเก่า ในเร็ววันนี้ ด้วยหรือเปล่า) กลุ่มผู้เคลื่อนไหว ก็เดินหน้าต่อ ด้วยการยื่นเรื่อง ไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร (สขร.) ในที่สุด คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ได้เปิดโอกาสให้สมาชิก ผู้ใช้บริการ (และน่าจะรวมผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ด้วย) ได้เข้าพบ เพื่อพูดคุย รับทราบ และตอบข้อสงสัย

ในวันที่ 13 ธันวาคม 2550 เวลา 09.00 น.
ณ ทำเนียบรัฐบาล 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Save TCDC ยังไงช่วยเผยแพร่กันต่อด้วยแล้วกันครับ

ปล.1 น่าสนใจ ประเด็น การยื่นเรื่อง ต่อ สขร. นั้นเป็น conflict of interest หรือเปล่า เพราะ สขร. นี่อยู่ภายใต้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทีหนึ่ง (ตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2540) ไม่แน่ใจว่า การที่คุณหญิงออกมาพบกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครั้งนี้ เป็นเพราะการยื่นเรื่องไปยัง สขร. เป็นเหตุสำคัญหรือไม่ ถ้าจริง ก็ต้องยอมรับว่า คุณหญิง มี spirit ที่จะออกมาชี้แจง แต่ก็ต้องบอกว่า มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ดังนั้น น่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่ควรจะมีการแก้ไข และยกระดับ สขร. ให้ออกมาเป็นองค์กรอิสระอีกแห่งหนึ่ง เช่นเดียวกันกับ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

แถมท้าย ก่อนหน้างานนี้หนึ่งวัน มีงานชุมนุม ให้ ปิด สนช. ชุดปัจจุบัน 7 โมงเช้า พุธที่ 12 ธ.ค. หน้ารัฐสภา [ข้อมูลเพิ่มเติม: bact', แถลงการณ์ กป.อพช., ประชาไท สัมภาษณ์ จอน อึ๊งภากรณ์]

ค้นแบบ facet บน OPAC

In งานวิจัย : Research, บรรณารักษ์ : Librarian, สถิติ : Statistics, ห้องสมุด : Libraries, iTeaudemia, library2.0, TCDC, Thaibrarian on พฤศจิกายน 14, 2007 at 1:56 pm

เมื่ออาทิตย์ก่อน ไปฟัง CRADLE talk (มีเกือบทุกวันศุกร์ เพื่อแลกเปลี่ยนผลงานทางวิชาการ ว่าใครทำอะไร มีอะไรน่าสนใจบ้าง ในกลุ่มคนที่่สนใจ Digital Library) เรื่อง I Still Can’t Find What I Want: An Evaluation Of Next Generation Library Catalogs That Combine Text Search With Faceted Navigation (ชื่อเรื่องยาวมากกกก) โดย Cory Lown นักศึกษาปริญญาโท กับ Brad Hemminger อ. ที่โรงเรียน

หลัก ๆ ของสัมมนา ก็คือ นำเสนอผลการวิจัยเบื้องต้น  ที่วิเคราะห์จาก Transaction Log เพื่อดูพฤติกรรมคนใช้ Library catalog แบบใหม่ของ NC State เน้นไปที่การค้นแบบ facet

เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวอย่าง facet search ตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น site ที่ใช้ Flamenco (engine ที่พัฒนาที่ UC Berkeley) อย่าง Nobel Prize Winners และ Library Catalog ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่นำเอา Facet มาใช้ในการช่วยค้น ไม่ว่าจะเป็นที่ McMaster University, University of Minnesota, Florida Center for Library Automation (FLCA) รวมไปถึง WorldCat ด้วยเช่นกัน

หลังจากนั้นก็เป็นการนำเสนอผลงานวิเคราะห์ข้อมูล จาก server log ที่เก็บตลอดเวลา 4 เดือน (ซึ่งคาบเกี่ยวทั้งช่วงปิด – เปิดเทอม) ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  1. Action หลัก ๆ ก็ได้แก่ การค้นด้วย text, การค้นด้วย facet และเปิดไปหน้าต่อไป (กรณีที่มี result จำนวนมาก ซึ่งหลัก ๆ ของการวิเคราะห์ จะเน้นไปที่การเปรียบเทียบการค้นแบบ Text และ Facet
  2. โดยเฉลี่ย จะมี 5 actions ต่อ session หนึ่ง ๆ โดย 1 session จะใช้เวลาประมาณ 7.5 นาที
  3. 97% ของ session ทั้งหมด จะเริ่มการค้นด้วย text ในขณะที่เพียง 34% (ไม่ถึงครึ่ง) เริ่มต้นการค้นด้วย Facet
  4. ใน session หนึ่ง ๆ การค้นด้วย Text จะมีบทบาทมากในช่วงเริ่มต้น และจะลดลงไปจนถึงระดับหนึ่งจนเป็น plateau ในขณะที่การค้นด้วย Facet นั้นอยู่ในระดับคงที่ แต่อัตราการใช้ก็ยังน้อยกว่าจุดต่ำสุดของการค้นด้วย Text อยู่ดี
  5. เรียงลำดับการใช้ Facet ที่ถูกใช้มากที่สุด จากมากไปน้อย: หัวเรื่อง-เนื้อหาสาระ (Topic), หมวดหมู่ LC, รูปแบบ, สถานที่, Genre, ผู้แต่ง, หัวเรื่อง-ภูมิภาค, ภาษา, หัวเรื่อง-ช่วงเวลา และท้ายสุด Availability (ซึ่ง NCSU พยายามจะเน้นว่าเป็น highlight อันหนึ่งเหมือนกัน)
  6. เมื่อพิจารณาความต่อเนื่อง ระหว่าง action ต่อ action จะพบว่า ผู้ใช้จะค้นแบบ Text และตามด้วย Text เยอะที่สุด ตามมาด้วย 1) การเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย ๆ (Next page action), 2) การใช้ Facet หลังจากค้นจาก Text และ 3) การใช้ Facet ต่อจากการค้นแบบ Facet อีกครั้งหนึ่ง

สามารถเข้าไปดู link ตัวอย่างของเว็บที่ใช้ในการสัมมนา (รวมถึง Test site ของ NCSU) ได้ที่ http://www.ils.unc.edu/~lown/examples/

บทวิเคราะห์  (โดยส่วนตัว)

ถ้าดูผ่าน ๆ ตัวเลขข้างบนค่อนข้างอันตราย เนื่องจากอาจทำให้ตีความผิดได้ว่า การลงทุนปรับระบบ และนำ facet มาใช้ ไม่ได้รับความนิยม และทำให้คิดต่อได้ว่า ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน

ซึ่งจริง ๆ แล้ว ตัวเลขพวกนี้ ต้องมองอาศัยข้อมูลอื่น ๆ เพื่อช่วยสนับสนุน เช่น ในบรรดาคนที่ใช้ คือ ใคร (ถ้ามีแต่บรรณารักษ์ใช้ ก็ไม่คุ้มแน่ ๆ) ถ้าใช้ แล้วประสบความสำเร็จเพียงใด มีการสอนการใช้อย่างไร มีการประชาสัมพันธ์อย่างไร (แน่นอน คนที่สนใจห้องสมุด รู้จักดี แต่คนภายในนั้นรู้จัก หรือไม่ คือโจทย์ที่สำคัญกว่า เหมือนกับที่ผมเคยพูดถึง case ของ TCDC เมื่อตอนไปพูดเรื่อง Library 2.0)

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเชิงเทคนิคอื่น ๆ เช่น ความเคยชินของผู้ใช้ เนื่องจาก ระบบห้องสมุด ที่ใช้กันมานานหลายสิบปี ก็เริ่มต้นมาจากการค้นแบบ Text ทั้งนั้น อะไร ๆ ก็พิมพ์เองหมด ประเด็นต่อมา คือ ประเด็นด้าน HCI ที่ปรกติ Catalog จะเริ่มต้นหน้าเว็บด้วย การมีช่องให้พิมพ์ Facet จะเอาไปซ่อนไว้หลัง ๆ อย่างในกรณีของ NCSU เค้าเอา Text search เป็นหน้า default และเอาหน้า Browse ไปไว้ข้างหลัง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว งานวิจัยหลายชิ้นก็ชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้ชอบการ Browse หนังสือบนชั้นมากที่สุด การ Browse ตามหมวดหมู่ LC บนเว็บ โดยเทคนิค จึงไม่ต่างอะไรกับการ Browse จากชั้น เพียงแต่การมันไม่ได้เห็นตัวเล่ม ไม่มีโอกาสได้ Preview

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของ Facet ก็คือ ความคลุมเครือ เนื่องจากหัวเรื่องเดียวกัน อาจมีได้มากกว่า 1 ความหมายและหลายบริบท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงหลักในการกำหนดหัวเรื่องได้ เหมือนกับบรรณารักษ์ ดังนั้น ความสับสนในการทำความเข้าใจกับหัวเรื่อง จึงเป็นอุปสรรคอันหนึ่ง ที่อาจจะทำให้ Facet ไม่ได้รับความนิยม

จากที่ว่ามานี้ จึงน่าสนใจหากจะลองมาดูที่ Catalog ของ TCDC ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะ TCDC ค่อนข้างมีความแตกต่างในด้าน Interface Design จากเว็บห้องสมุดอื่น ๆ และผู้ใช้มีส่วนร่วมในการกำหนดหัวเรื่องด้วยตัวเอง (Folksonomy) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ สามารถกำหนดคำสำคัญได้ด้วยตนเอง แต่กระนั้น ก็อาจจะยังมีปัญหาในด้านความเกี่ยวข้องและ Collocation ในเชิงภาพรวม ถ้าสามารถเอา Transaction Log  ของ TCDC มาศึกษาดู ก็น่าจะดี (แต่ว่า ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า -_-”)

Public Hearing: TCDC New Home?

In การเมือง : Politic, นโยบาย : Policy, เป็นการเป็นงาน : Seriously, TCDC on ตุลาคม 31, 2007 at 11:51 pm

หลายคนคงสงสัย (หลายคนแอบกระซิบถาม) ว่าเมื่อไหร่ ผมจะเขียนถึง TCDC ซักกะที เพราะตอนนี้ hot เหลือเกิน ผมก็ต้องบอกตรง ๆ ว่า ผมอยู่ตรงนี้ ก็ได้ข่าวได้พอ ๆ กับคนอื่น ๆ ครับ ไม่มีอะไรที่เด็ดดวงไปกว่าคนอื่นเลย (จริง ๆ ก็มีภาคสุดท้ายของ เปลือย TCDC ที่ค้างเติ่งมานานเน่ิ่นนาน จนตอนนี้ผมเห็นว่า แทบจะไม่จำเป็นแล้ว เพราะเกิดการพูดคุยกันมากมาย จนประเด็นที่ผมจะพูดถึง มันเล็กน้อยไปแล้ว ถ้าว่างจริง ๆ จะกลับไปเขียนให้จบ)

และผมก็เชื่อว่า คนที่ทำงานใน TCDC คนอื่น ๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน เพราะทุกอย่างก็ได้รับบัญชามาจากเบื้องบนเพียงอย่างเดียว หรือไม่ก็ต้องมาจากสื่อเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม วันนี้อยากจะเขียนถึง เพราะผมเพิ่งได้ forward mail มา แต่คาดว่า คนที่เป็นสมาชิกน่าจะได้เมล์นี้แล้ว แต่กระนั้น การจัดแบบฉุกละหุกแบบนี้ เรื่องใหญ่ ๆ ก็กลายเป็นเรื่องเล็กได้ ยังไงก็ช่วยกันประชาสัมพันธ์แล้วกันครับ

ขอตั้งข้อสังเกตุหน่อยนะครับ เข้าใจว่า การทำ public hearing ต้องรีบจัด เพื่อจะได้ทันการวางแผนทำงาน แต่จัดแบบดันทุรังด่วนจี๋แบบนี้ คับคล้ายคับคลาว่า เหมือนกับเลือกตั้งสมัยที่แล้ว ที่ “ใครต่อใคร” ออกมาโวยวายกัน ก็เพราะแบบนี้ไม่ใช่หรือ ที่บอกว่าคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย กลับไม่ได้อยู่ในสนาม

ไม่รู้ว่าแบบนี้ใครจะเตรียมตัวทัน ไม่เพียงแต่คนที่เตรียมตัวจะไปนะครับ ไอ้คนทำงานก็หัวปั่นไม่แพ้กัน…

งานประชุมระดมความคิด “หลากหลายแง่มุมกับบ้านใหม่ TCDC”

กระแสข่าวการย้าย TCDC ไปที่จามจุรีสแควร์ในต้นปี 2551 นี้ เหล่าสมาชิกและผู้ที่สนใจต่างมีคำถามหลากหลายในใจ ตั้งแต่เรื่องเหตุผลที่มาของการย้าย…. ทำไมต้องย้าย… สมควรย้ายจริงหรือ… ไปจนถึงการคัดเลือกสถานที่ใหม่… ใช้เกณฑ์อะไรในการประเมินตัวเลือกต่างๆ…. ทำไมจามจุรีสแควร์ถึงเป็นคำตอบ… รวมไปถึงข้อดีและข้อจำกัดต่างๆของสถานที่ใหม่… TCDC จะยังสามารถให้บริการแก่สมาชิกได้เหมือนเช่นเดิมหรือไม่… บทบาทและหน้าที่ของ TCDC จะยังเหมือนเดิม หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร…

เพื่อความกระจ่างและโปร่งใส ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมรับฟัง ถามคำถาม และแสดงความคิดเห็น ในงานประชุมระดมความคิด “หลากหลายแง่มุมกับบ้านใหม่ TCDC”

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2550
เวลา 16.00 – 19.00 น. (ลงทะเบียนก่อนเวลาประชุม 30 นาที)
ห้องออดิทอเรียม สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
สำรองที่นั่งได้ที่ โทร 02-6648448

หมายเหตุ: เพื่อประโยชน์สูงสุดในการระดมความคิด ท่านสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ “การย้ายพื้นที่ TCDC” ได้ที่ www.tcdc.or.th ซึ่งข้อมูลจะพร้อมขึ้นเว็บไซด์ใน วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2550

ยังไงเสีย ใครที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยยังไง หรืออยากเห็นทิศทางของ TCDC ในโครงสร้างใหม่เป็นอย่างไร ถ้าสามารถปลีกเวลาได้ ก็น่าจะไปนะครับ

Clarifications on library 2.0 seminar

In บรรณารักษ์ : Librarian, ห้องสมุด : Libraries, เป็นการเป็นงาน : Seriously, library2.0, Social Networking, TCDC, Thaibrarian on สิงหาคม 7, 2007 at 5:21 pm

PS. เขียนดองไว้นานและ แต่ลืม post -_-” ซะงั้น

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนิตยสาร Positioning Magazine (Issue 038 July 2007: Blog Culture) ที่ช่วยเผยแพร่กิจกรรมในงาน Library 2.0 ที่ TCDC ในคอลัมน์ @cyber

แต่เนื่องจากมีข้อความบางอย่าง ที่อาจจะยังไม่ตรงกับสิ่งที่ผมต้องการจะนำเสนอ (นอกเหนือจากเขียนชื่อผมผิด T_T ชื่อผมไม่มีสระอุ!!!) ยังไงเสียก็ขอขยายความกันตรงนี้ละกันครับ

ประการแรก ผมไม่ใช่ที่ริเริ่มโครงการนี้เสียทีเดียว จริง ๆ ต้องเรียนตามตรงว่าทางทีม TCDC เป็นคนที่ริเริ่มแนวความคิดนี้ หลังจากกลับจากการประชุมทางวิชาการที่สหรัฐอเมริกา ทางทีม TCDC ก็พยายามผลักดันให้โครงการนี้เป็นไปได้ เนื่องด้วยมีเหตุปัจจัยหลายอย่าง ผมเคยคิดจะให้จัดงานสัมมนา ตั้งแต่ทางทีมกลับมาใหม่ ๆ แต่ก็เห็นว่า ทาง TCDC น่าจะพัฒนาให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อน แล้วค่อยจัด เพราะไม่เช่นนั้นก็จะมีพูดกันแต่ลอย ๆ

จนมาเมื่อช่วยที่ผ่านมา TCDC ก็พัฒนามาได้จนมีความพร้อมระดับหนึ่ง และผมก็มีโอกาสกลับมาเมืองไทยพอดี ก็เลยน่าจะช่วงเวลาที่เหมาะ ที่เราน่าจะสามารถนำเสนอ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนา ให้กับนักวิชาชีพสารสนเทศในบ้านเราได้อย่างเต็มปาก

เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ credit ก็คงจะเป็นทางทีม TCDC เสียมากกว่า (เพราะถ้า TCDC พัฒนาแล้วไม่ work เราก็คงไม่กล้าที่จะจัดงานสัมมนาแน่นอน)

ประการที่สอง อาจจะเป็นด้วย style การเขียนก็ได้ ทำให้ผมรู้สึกว่าส่วนที่พูดเกี่ยวกับ ตัวแนวคิด มันบิด ๆ เบี้ยว ๆ ไปหน่อย อย่างไรก็ตามก็ยังอยู่ในระดับที่พอรับได้ เพราะไม่ได้หลุดนอกโลก แต่จริง ๆ แนวคิดมันมีกว้างกว่าที่ปรากฏอยู่ในบทความนั้น เพราะฉะนั้นแนะนำให้ลองกลับไปอ่านที่ post ควันหลงห้องสมุด 2.0 อีกทีนะครับ หรือจะไป download มาอีกทีก็ได้

ส่วนเรื่องสุดท้าย อยู่ตรงย่อหน้าสุดท้าย ที่แนะนำให้ไปศึกษาแนวคิดนี้ต่อ จริง ๆ ถ้าจะศึกษาเรื่องนี้ต่อ keyword อื่น ๆ (หรือแนวคิดข้างเคียง) ของ library 2.0 น่าจะเป็น web 2.0 ในห้องสมุด หรือเทคโนโลยีในงานห้องสมุด หรือ mashup library อะไรประมาณนี้ ส่วนที่เป็น The Wisdom of Crowd, Collective Intelligence, Citizen Journalism, Open Content พวกนี้ ผมเอามาเปรียบเทียบกับแนวคิด User Created Content ต่างหาก ส่วน Social Networking นี้ก็เป็นอีกอันหนึ่งเลย (ลองเช็คกับ post ควันหลงฯ ดูอีกทีนะครับ)

แถมท้ายที่เป็น Web Links อันที่เป็นของ Ohio University (www.library.ohio.edu…) อันนั้นเป็น subject guide (แนะนำแหล่งสารสนเทศในแต่ละสาขาวิชา) โดยใช้ wiki ดังนั้น ผู้ใช้ก็สามารถเข้าไปแก้ไข เปลี่ยนแปลงเนื้อหาได้ ส่วน PictureAustralia นั้นเป็น Collection ภาพเกี่ยวกับออสเตรเลีย ที่ผู้ใช้ flickr มีส่วนในการแบ่งปัน collection ให้กับห้องสมุดได้ แต่ก็เข้าใจอ่ะครับ ว่าด้วยเนื้อที่ คงไม่สามารถเขียนรายละเอียดอะไรได้หมด

ก็เลยอยากจะขอชี้แจงเพิ่มเติมเท่านี้ เกรงว่าจะงงไปกันใหญ่ หากไม่ได้มาบอกกล่าวกันไว้ ยังไงก็ขอบคุณทาง Positioning อีกครั้งนะครับ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.