iTeau

Posts Tagged ‘movie’

Review: Private Fear in Public Places

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, ภาพยนตร์ : Movie on ธันวาคม 21, 2007 at 11:51 pm

แอบชอบเนื้อเรื่องของในหนังฝรั่งเศส เรื่อง Private Fear in Public Places หรือชื่อฝรั่งเศสว่า Coeurs ของผู้กำกับรุ่นปู่ Alain Resnais วัย 85 ที่ให้รสชาติของดราม่า โรแมนติกและแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน (แบบ หึ หึ) ได้อย่างลงตัว

หนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคน 6 คน ที่ไขว่คว้าหาความรัก และ passion แต่ในขณะเดียวกันต่างมีชิวิตส่วนตัว ที่ไม่สามารถ “เปิดเผย” ได้หมด แต่ละคนก็มีวิธีการที่จะปกปิด และเปิดเผยในวิถีทางที่แตกต่างกัน ซึ่งเนื้อหาเช่นนี้ คงจะเดาออกว่า จะเกิดเครื่องหมายคำถามอยู่ตลอดเวลา เป็นปมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สะท้อนออกมา จากในชีวิตจริงว่า ในโลกใบนี้ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่า โปร่งใส แต่มันก็ยังมีอะไรซ่อนเร้นอยู่ในความโปร่งใสนั้นเอง

ตัวหนังดำเนินไปเรื่อย ๆ ไม่มี climax ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละคน ว่าจะเดา หรือจะคิดอะไรออก แต่ไม่ต้องกับถึงหัวสมองขนาดนั้น มันก็คิดหรือเดาไปเรื่อย ๆ ตามที่เนื้อเรื่องจะเล่าให้ฟังนั่นแหละ ก็ประหนึ่งว่า มีคนเล่าเรื่องให้เราฟัง แล้วความสงสัยของเราที่มีต่อเรื่องนั้น ก็ไม่ได้ต่างไปจากคนเล่า ดังนั้นหากมีคนจะเดินมาบอกว่า ดูแล้ว และน่าเบื่อ ไม่เห็นสนุกเลย ผมก็คงไม่ค้าน

ส่วนเรื่องภาพ ก็เน้นความสวยของฉาก อีกทั้งดูแล้วเห็นได้ชัดว่า ผู้กำกับเอาใจใส่กับความพริ้งเพราของภาพอยู่ตลอดเวลา การตัดต่อก็ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ แต่กระนั้น อย่างที่บอก เนื่องจาก การเล่าเรื่องที่ฉลาดเอาการ ทำให้ผมไม่ได้สนใจความงามของภาพมาก เท่ากับการติดตามเนื้อเรื่อง ซึ่งผมคิดว่า เป็นการเล่าเรื่องที่ฉลาดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

[ข้อมูลเพิ่มเติม imdb.com; บทวิจารณ์ใน NYT, บทความใน NYT]

Photo from New York Times

ความบังเอิญหลังงานแต่ง

In บันเทิง : Entertainment, ภาพยนตร์ : Movie, มั่วซั่ว : Miscellenous on พฤศจิกายน 25, 2007 at 3:31 pm

ผู้จัดการของมูลนิธิช่วยเหลือเด็กกำพร้าในอินเดีย ที่กำลังประสบปัญหาทางด้านการเงิน ถูกเชิญให้เดินทางกลับบ้านเกิดที่เดนมาร์ก ที่เค้าหันหลังให้เป็นเวลากว่า 20 ปี เพื่อไปพบกับผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่อาจจะให้ความช่วยเหลือกับมูลนิธิของเขาได้ หลังจากได้พบกัน เค้าก็ได้ถูกรับเชิญให้ไปร่วมงานแต่งงาน ของลูกสาวผู้บริหาร แต่แล้วการเดินทางไปร่วมพิธีแต่งงานในครั้งนี้ เกิดเรื่องบังเอิญขึ้นหลายอย่าง ที่ทำให้เค้าต้องตัดสินใจเลือก ระหว่างชีวิตตัวเอง ครอบครัว และการงาน ซึ่งหมายถึง เด็กกำพร้ายากจน อีกหลายร้อยคนที่รอคอยการกลับมาของเค้า (ใน Wikepedia มีเรื่องย่ออย่างเต็ม สำหรับคนที่อยากรู้เรื่องทั้งหมด)

หนังดราม่าภาษาเดนิชเรื่องนี้ เป็นหนังที่เดาไม่ยาก เนื้อเรื่องไม่สลับซับซ้อน ดีอยู่ที่เทคนิคในการเล่าเรื่อง ที่ค่อย ๆ เปิดปมปัญหาออกมาทีละเปาะ ดูง่าย แต่อิน ผมชอบที่หนังดึงเอา ความมีมนุษยธรรมกับเรื่องส่วนตัว มาเป็นโจทย์ให้เราได้คิด ว่าถ้าเป็นเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เราจะตัดสินใจอย่างไร

การแสดงภาพให้เห็นความแตกต่างระหว่าง สภาพความเป็นอยู่ของคนรวยในเมืองใหญ่ กับคนจนในเมืองเล็ก  สร้างภาพความขัดแย้งทางสังคมได้ชัดเจนที

ผมยังรู้สึกว่า การคัดเลือกตัวแสดงค่อนข้างทะแม่ง ๆ สำหรับผม (หรืออาจจะเป็นเพราะการแต่งหน้า เสื้อผ้าก็เป็นได้) เพราะทุกคน ดูอ่อนกว่าที่ควรจะเป็น ยกเว้นแต่นักแสดงนำชาย แต่กระนั้น เมื่อเนื้อเรื่องเริ่มเดินทางมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก็ต้องยอมรับความสามารถของนักแสดง ที่ส่งกันได้เนียนมาก

อีกอย่างที่ผมไม่ค่อยเข้าใจในรายละเอียดเล็กน้อย คือ การเอาพวกหัวสัตว์มาประกอบในฉาก แถมบางฉากทีมีน้ำตาออกมาด้วย ก็เลยไม่แน่ใจว่า ผู้กำกับต้องการสื่อสารว่าอะไร นอกจากที่ผมรู้สึกว่า มันน่ากลัวปนเศร้า

ก็ถือเป็นหนังที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับ After the Wedding (2006)

ความรักที่ปารีส

In ท่องเที่ยว : Travel, บันเทิง : Entertainment, ภาพยนตร์ : Movie on ตุลาคม 7, 2007 at 12:24 am

ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง กับหนังฝรั่งเศส ที่ชูปารีส เป็นมหานครแห่งความรัก และความโรแมนติก ที่ชื่อ Paris, je t’aime ดูแล้ว ให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

แน่นอน ชื่อหนังความยาว 120 นาทีเรื่องนี้ ก็บอกอยู่แล้วว่า เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในเมืองปารีส แต่ประกอบไปด้วยเป็นเรื่องความรักสั้น ๆ 18 เรื่อง ในหลายรูปแบบ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับได้ดูหนังสั้นหลาย ๆ เรื่องเข้าด้วยกัย โดยที่มีโจทย์ตามชื่อเรื่อง

แต่ด้วยความที่มันหลากรส หลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นโศกนาฏกรรม สุขนาฏกรรม อาชญากรรม แฟนตาซี สังคม คลุกเคล้ากันไปหมด มันทำให้คนดู (อย่างผม) รู้สึกลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร (แต่ในทางตรงกันข้าม บางคนที่ไม่เคยชินกับการดูหนังแบบนี้ หรือถ้าปูต้นเรื่องมาไม่ดี ก็อาจจะรู้สึกน่ารำคาญ พาลจะลุกออกจากโรงไปก่อนเวลากันควรก็เป็นได้)

ความยาวชั่วโมงกว่าของเรื่องราวสั้น ๆ แต่ละเรื่อง ที่ผูกเข้าด้วยกันอย่างหลวมนี้ มันสร้างความผูกพันกับคนดูโดยไม่รู้ตัว และความผูกพันที่ว่าก็ถูกนำมาใช้เป็นตัวสร้าง nostalgic moment ได้อย่างลงตัว และถือเป็นการจบของหนัง ที่สร้างความประทับใจดีทีเดียว

เรื่องที่ขาดไม่ได้เลย คือ ความฉลาดในการเลือกตัวนักแสดง เพราะยอมรับว่า สามารถสร้างความฮือฮาเวลาเปิดตัวได้เป็นอย่างดี และเป็นแรงดึงดูดของหนังอย่างหนึ่ง (เช่น Elijah Wood, Natalie Portman, Maggie Gyllenhaal เป็นต้น)

สิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่า ดูหนังเรื่องนี้แล้วสนุก อาจจะเป็นเพราะการเข้าไปดูในโรงหนังที่มีคนเยอะ (เพราะเป็นหนังฟรี ของโรงเรียน ครับ อิอิ) เสียงหัวเราะ คิกคัก ฮีอฮา มันสร้างประสบการณ์ร่วม ที่ทำให้หนังมันมีสีสันขึ้นมาเยอะ (หรืออาจจะเป็นเพราะผม ไม่ค่อยได้ดูหนังแนวนี้ในโรงหนัง ก็เป็นได้)

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือ หนังก็มีกลิ่นอายของบริบทและวัฒนธรรมอเมริกัน (เช่น คาวบอย ที่เหมือนพยายามจะชี้ให้เห็นว่า ไอ้ความรักและความโรแมนติกที่เกิดขึ้นนั้น มันมีความเป็นอเมริกันชนแทรกอยู่ เพราะฉะนั้น มุขตลกบางมุข หรือเรื่องราวบางอย่าง ก็อาจจะต้องใช้บริบทของอเมริกันเพื่อสร้างความเข้าใจอยู่บ้าง (แต่น้อยมาก)

แต่สรุปสุดท้าย ดูแล้ว ก็อยากลองไปมั่งอ่ะ ปารีส…

ข้อมูลเพิ่มเติม: imdb.com

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.