iTeau

Posts Tagged ‘review’

Review: Priceless

In บันเทิง : Entertainment, ภาพยนตร์ : Movie on มิถุนายน 9, 2008 at 11:11 pm

“อย่าเข้าใจว่าฉันเป็นกระสือ ฮื่อ ฮือ ฮือ ฮื้อ เงินหน่ะ มีไหม…”

เพิ่งจะได้ดูหนังตลกฝรั่งเศสเรื่อง Priceless หรือชื่อต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส คือ Hors de prix ที่มีแม่เหล็กดูดขนาดยักษ์อย่าง Audrey Tautou กับ Gad Elmaleh จาก The Valet เป็นตัวชูโรง

เรื่องราวเกี่ยวกับระหว่างหญิงสาวผู้เทอดทูนเงินเหนือความรัก ต้องมาเตร็ดเตร่อยู่คนเดียวในบาร์ของโรงแรมในคืนวันเกิดของตัวเอง เพราะคู่ควงกระเป๋าหนักรุ่นเดอะสลบไสลด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลล์ และในบาร์อันเงียบเหงานั้นเอง ก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่นอนเคลิ้มอยู่ที่โซฟา ในมือของเขามีซิการ์ราคาแพง พร้อมกับเหล้าชั้นดีบนโต๊ะ ของเหล่านี้สะดุดตาเธอทันที พลันรู้สึกตัวและเห็นหญิงสาวผู้เลอโฉม ก็ลืมตัวไปเสียสิ้นว่าตัวเองนั้นเป็นเพียงพนักงานของโรงแรม ที่เพียงลูกค้าให้ช่วยสูบซิการ์และกินเหล้าเป็นเพื่อน ก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ด้วยการทำให้เธอเข้าใจว่า เค้าเป็นเศรษฐีพักอยู่ในห้องสวีทของโรงแรม เหตุการณ์เตลิดไปถึงขั้นมีอะไรกัน แต่ในที่สุดเค้าก็ถูกจับได้ แต่ด้วยความซื่อและความรักอย่างหัวปักหัวปำ เค้าพยายามทุกอย่าง เพื่อที่จะซื้อหัวใจของผู้หญิงคนนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะหมดตัวยังไงก็ตาม แต่กระนั้นโชคก็ช่วยให้เค้าอยู่ใน “ชะตากรรม” เดียวกับเธอ

หนังเรื่องนี้เป็นแนวที่สร้างขึ้นจากเรื่องสั้น มีตัวละครน้อย มีฉากน้อย เนื้อเรื่องกระชับได้ใจความ มีเอกลักษณ์ ดูง่าย และที่สำคัญ ขำ (ดังที่คาดหวังไว้ หากเพียงแต่จะดีกว่านี้มาก ถ้าโรงหนังที่ไปดูจะใส่ใจกับเครื่องฉายให้มากกว่านี้ เพราะช่วงแรกของหนัง out of focus มาก แล้วเจ้าหน้าที่ก็ปรับไปปรับมาจนน่าปวดหัว ปรับผิดปรับถูกบ้าง จนเกือบจะตัดสินใจเดินออกจากโรงอยู่แล้ว) 

ส่วนตัวชอบ Gad Elmaleh อยู่มาก และด้วย Character ที่ไม่เปลี่ยนไปจาก The Valet เท่าไหร่นัก ทำให้ค่อนข้างดูกลมกลืน ในขณะที่ Audrey ก็ดูเป็นสาวบ้านที่ต้องการตะกายดาวได้ดี การแสดงของเธอสมบูรณ์แบบเหมือนทุกเรื่องที่ผ่านมา เพียงแต่รู้สึกว่า เธอยังสวยแบบ supermodel ไม่พอ อาจจะเป็นเพราะยังติดภาพเธอจากเรื่องก่อน ๆ แถมยังมีคนที่สวยแบบ model จริง ๆ ให้เปรียบเทียบ ก็เลยดูออกจะด้อยไปหน่อย แต่กระนั้น เมื่อต้องมาจับคู่กับ Gad ก็ถือว่าลงตัวทีเดียว

กลับมาถึงบ้าน เพิ่งจะนึกออกว่า ชื่อหนังคุ้น ๆ มาจากไหน ที่แท้ก็ priceless.com นี่เอง ไม่รู้ว่าคนตั้งชื่อหนังตั้งใจให้เหมือนหรือเปล่า

review: บนเส้นบางระหว่างจินตนาการและความจริง

In บันเทิง : Entertainment, ภาพยนตร์ : Movie on มิถุนายน 9, 2008 at 1:03 am

(ระวัง: มีสปอยล์บ้างเล็กน้อย)

ถึงแม้ว่าจินตนาการของคนเราไม่มีที่สิ้นสุด สามารถทำในสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ให้กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่เมื่อเราหันกลับมามองดูความจริง บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุด คือ การยอมรับความจริง และอดทนต่อสู้กันมัน

ยุค 1920 หนูน้อย Alexandria ผู้เปี่ยมไปด้วยความสงสัย ช่างคิด ช่างถาม ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในนครลอสแองเจลิส ด้วยความซุกซนได้บังเอิญมาเจอกับ Roy Walker ผู้เต็มไปด้วยจินตนาการ แต่คิดว่า ชีวิตของตนนั้นหมดคุณค่า ชีวิตของทั้งคู่ เดินทางไปด้วยกันผ่านนิทานที่มีตัวละครฮีโร่ 5 ตัว (หนึ่งในนั้นมี Charles Darwin ผู้สนใจใคร่รู้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด) ที่มีจุดมุ่งหมายหนึ่งเดียว การเดินทางไปให้ถึงจุดมุ่งหมายของคนเหล่านี้ มีความสำคัญต่อความผูกพันและการมีชีวิตรอดของคนทั้งสอง

The Fall ภาพยนตร์แนวกึ่งจินตนาการของ Tarsem Singh ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์โบลิเวียเรื่อง Yo ho ho เมื่อปี 1981 มีการเล่าเรื่องที่ชาญฉลาดและแยบยล เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ติดตราตรึงใจ คือ ความสวยงามของฉาก ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากสร้างเพื่อหนัง แต่เป็นการรวบรวมเอาความสวยงามจากธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์ของจริง มาปะติดปะต่อได้อย่างลงตัว ดึงเอาจุดเด่นของสถานที่แต่ละแห่งมาใช้ได้อย่างเต็มที่ สีสันตระการตา ทุกฉากสามารถตัดมาเป็นงานภาพถ่ายชั้นดีได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องก็ค่อนข้างจะแนวดราม่าหม่นหมอง แต่ความเป็นธรรมชาติของหนูน้อย Alexandria ก็ทำให้เนื้อเรื่องสดชื่นขึ้น นอกจากนี้การเสียดสีในหนัง (มุขที่ชอบที่สุด ก็คงจะเป็น Googly :D) ก็ทำให้คิ้วที่ขมวดนั้นคลายลงไปได้ คนที่ชอบหนังแนวจินตนาการบางคน อาจจะไม่ค่อยถูกใจกับฉากที่ดูแสนจะไม่ลงทุนเอาเสียเลย แต่กระนั้นก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า “อย่างนี้สิ งามแท้”…

Review: Private Fear in Public Places

In บันเทิง : Entertainment, บ่นไปเรื่อย : Saying, ภาพยนตร์ : Movie on ธันวาคม 21, 2007 at 11:51 pm

แอบชอบเนื้อเรื่องของในหนังฝรั่งเศส เรื่อง Private Fear in Public Places หรือชื่อฝรั่งเศสว่า Coeurs ของผู้กำกับรุ่นปู่ Alain Resnais วัย 85 ที่ให้รสชาติของดราม่า โรแมนติกและแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน (แบบ หึ หึ) ได้อย่างลงตัว

หนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคน 6 คน ที่ไขว่คว้าหาความรัก และ passion แต่ในขณะเดียวกันต่างมีชิวิตส่วนตัว ที่ไม่สามารถ “เปิดเผย” ได้หมด แต่ละคนก็มีวิธีการที่จะปกปิด และเปิดเผยในวิถีทางที่แตกต่างกัน ซึ่งเนื้อหาเช่นนี้ คงจะเดาออกว่า จะเกิดเครื่องหมายคำถามอยู่ตลอดเวลา เป็นปมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สะท้อนออกมา จากในชีวิตจริงว่า ในโลกใบนี้ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่า โปร่งใส แต่มันก็ยังมีอะไรซ่อนเร้นอยู่ในความโปร่งใสนั้นเอง

ตัวหนังดำเนินไปเรื่อย ๆ ไม่มี climax ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละคน ว่าจะเดา หรือจะคิดอะไรออก แต่ไม่ต้องกับถึงหัวสมองขนาดนั้น มันก็คิดหรือเดาไปเรื่อย ๆ ตามที่เนื้อเรื่องจะเล่าให้ฟังนั่นแหละ ก็ประหนึ่งว่า มีคนเล่าเรื่องให้เราฟัง แล้วความสงสัยของเราที่มีต่อเรื่องนั้น ก็ไม่ได้ต่างไปจากคนเล่า ดังนั้นหากมีคนจะเดินมาบอกว่า ดูแล้ว และน่าเบื่อ ไม่เห็นสนุกเลย ผมก็คงไม่ค้าน

ส่วนเรื่องภาพ ก็เน้นความสวยของฉาก อีกทั้งดูแล้วเห็นได้ชัดว่า ผู้กำกับเอาใจใส่กับความพริ้งเพราของภาพอยู่ตลอดเวลา การตัดต่อก็ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ แต่กระนั้น อย่างที่บอก เนื่องจาก การเล่าเรื่องที่ฉลาดเอาการ ทำให้ผมไม่ได้สนใจความงามของภาพมาก เท่ากับการติดตามเนื้อเรื่อง ซึ่งผมคิดว่า เป็นการเล่าเรื่องที่ฉลาดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

[ข้อมูลเพิ่มเติม imdb.com; บทวิจารณ์ใน NYT, บทความใน NYT]

Photo from New York Times

ความบังเอิญหลังงานแต่ง

In บันเทิง : Entertainment, ภาพยนตร์ : Movie, มั่วซั่ว : Miscellenous on พฤศจิกายน 25, 2007 at 3:31 pm

ผู้จัดการของมูลนิธิช่วยเหลือเด็กกำพร้าในอินเดีย ที่กำลังประสบปัญหาทางด้านการเงิน ถูกเชิญให้เดินทางกลับบ้านเกิดที่เดนมาร์ก ที่เค้าหันหลังให้เป็นเวลากว่า 20 ปี เพื่อไปพบกับผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่อาจจะให้ความช่วยเหลือกับมูลนิธิของเขาได้ หลังจากได้พบกัน เค้าก็ได้ถูกรับเชิญให้ไปร่วมงานแต่งงาน ของลูกสาวผู้บริหาร แต่แล้วการเดินทางไปร่วมพิธีแต่งงานในครั้งนี้ เกิดเรื่องบังเอิญขึ้นหลายอย่าง ที่ทำให้เค้าต้องตัดสินใจเลือก ระหว่างชีวิตตัวเอง ครอบครัว และการงาน ซึ่งหมายถึง เด็กกำพร้ายากจน อีกหลายร้อยคนที่รอคอยการกลับมาของเค้า (ใน Wikepedia มีเรื่องย่ออย่างเต็ม สำหรับคนที่อยากรู้เรื่องทั้งหมด)

หนังดราม่าภาษาเดนิชเรื่องนี้ เป็นหนังที่เดาไม่ยาก เนื้อเรื่องไม่สลับซับซ้อน ดีอยู่ที่เทคนิคในการเล่าเรื่อง ที่ค่อย ๆ เปิดปมปัญหาออกมาทีละเปาะ ดูง่าย แต่อิน ผมชอบที่หนังดึงเอา ความมีมนุษยธรรมกับเรื่องส่วนตัว มาเป็นโจทย์ให้เราได้คิด ว่าถ้าเป็นเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เราจะตัดสินใจอย่างไร

การแสดงภาพให้เห็นความแตกต่างระหว่าง สภาพความเป็นอยู่ของคนรวยในเมืองใหญ่ กับคนจนในเมืองเล็ก  สร้างภาพความขัดแย้งทางสังคมได้ชัดเจนที

ผมยังรู้สึกว่า การคัดเลือกตัวแสดงค่อนข้างทะแม่ง ๆ สำหรับผม (หรืออาจจะเป็นเพราะการแต่งหน้า เสื้อผ้าก็เป็นได้) เพราะทุกคน ดูอ่อนกว่าที่ควรจะเป็น ยกเว้นแต่นักแสดงนำชาย แต่กระนั้น เมื่อเนื้อเรื่องเริ่มเดินทางมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก็ต้องยอมรับความสามารถของนักแสดง ที่ส่งกันได้เนียนมาก

อีกอย่างที่ผมไม่ค่อยเข้าใจในรายละเอียดเล็กน้อย คือ การเอาพวกหัวสัตว์มาประกอบในฉาก แถมบางฉากทีมีน้ำตาออกมาด้วย ก็เลยไม่แน่ใจว่า ผู้กำกับต้องการสื่อสารว่าอะไร นอกจากที่ผมรู้สึกว่า มันน่ากลัวปนเศร้า

ก็ถือเป็นหนังที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับ After the Wedding (2006)

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.