ร้อนนี้ที่ชิคาโก้

Chicago Skyscraper

ร้อน ร้อน ร้อน…
วันหยุด (ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) ที่ผ่านมาไปเที่ยวชิคาโก้ เหนื่อยมาก ที่เหนื่อยไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แต่เพราะความร้อนกับแสงแดดทำเอาไม่อยากไปไหนเลย… ไปคราวนี้ตอนแรกกะว่าจะใช้ตั๋ว Refund ที่ได้จาก US Airways แต่ไป ๆ มา ๆ ขี้เกียจรอ เพราะเดี๋ยวเปิดเทอม อด.. ก็เลยไปกับ Southwest เคยขึ้น Southwest แค่ครั้งสองครั้งเอง สำหรับคนที่ไม่เคยขึ้น southwest นะคับ มันเป็นสายการบินราคาประหยัดที่ให้บริการที่นั่งแบบเปิด คือ เลือกที่นั่งกันเอง แล้วก็การที่จะได้ขึ้นเครื่องก่อนหลังมันก็จะจัดเป็นกลุ่ม ๆ และครั้งนี้เองที่เพิ่งจะรู้ว่าไอ้กลุ่มที่จัดคน boarding เนี่ย มันจัดตามเวลาคน Checkin ใครเช็คบนเน็ต (เปิด 24 ชม.ก่อนขึ้นเครื่อง) ก็จะได้กลุ่ม A-B ส่วนที่พวกที่เช็คที่สนามบินก็ได้เป็นกลุ่มสุดท้ายไป จริงอยู่ที่ระบบแบบนี้จะช่วยประหยัดเงินค่ากระดาษกับคนที่ใช้ในการเช็คอินของสายการบิน แต่ก็ไม่แฟร์สำหรับคนที่ต้องเช็คกระเป๋าเหมือนกัน เพราะไม่สามารถจะ check in บนเน็ตได้อ่ะ ถือว่าเป็นระบบที่ efficient แต่ไม่ win-win สำหรับลูกค้าอ่ะ แต่ไม่เป็นไร ถ้าคราวหน้าไปกับ southwest อีก คราวนี้ก็รู้ trick ละ

ไปถึงชิคาโก้ (midway) ก็นั่งรถไฟสายสีส้ม (EL) มาลงที่ downtown (หรือ The Loop เพราะมันมีลักษณะเป็นวง Loop) แล้วก็หาอะไรกินก่อนเลย เพราะหิวมาก (เวลาที่ชิคาโก้ห่างจาก Chapel Hill 1 ชั่วโมง) พอกินเสร็จก็ไป checkin ที่โรงแรม คืนแรกไปนอนที่ Hilton ส่วนคืนที่สอง ไปนอนที่ Congress Plaza เพราะราคาคืนแรกที่ Hilton มันถูก ส่วนคืนที่สองที่ Congress ถูกกว่า ก็เลยต้องย้ายโรงแรมตอนวันที่สอง

ไปวันแรกก็เดินเตร็ดเตร่ที่ Macnificent Mile ซึ่งเป็นแหล่งช๊อปปิ้งคล้าย ๆ กับ Fifth Avenue ใน New York แล้วก็เดินไปเรื่อย ๆ แถว ๆ downtown นั่นแหละ ไม่ได้ไปไหน แต่แค่นั้นก็เหนื่อยมาก ๆ ต้องเดินแวะเค้าร้านโน้นนี้บ่อย ๆ เพราะอากาศข้างนอกร้อนเหลือเกิน ไอ้การเดินช๊อปปิ้งของเราที่ชิคาโก้ คือ การเดินจริง ๆ ไม่ได้ซื้ออะไรเลย เพราะเพิ่งกลับเมืองไทยมา ซื้อของที่จตุจักร มันส์กว่าเยอะ เหอๆๆ ถึงแม้มันจะ sale ช่วงกลางปีก็เหอะ ก็ยังว่าแพงกว่าบ้านเราอยู่ดี แล้วลายก็คล้าย ๆ กัน ซื้อบ้านเราใส่แล้วไม่เหมือนใครดี อิอิ ที่ชิคาโก้นี่ นักท่องเที่ยวเยอะเหมือนกัน จริง ๆ ต้องยอมรับก่อนเลยว่า คิดว่าชิคาโก้เนี่ยไม่น่าจะมีอะไร เพราะดูเหมือนเป็นเมืองธุรกิจมากกว่า (แบบ Charlotte, NC อะไรประมาณนี้) แต่ผิดคาดเพราะชิคาโก้มีอะไรให้ทำหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่น่าเบื่อ แล้วก็การเดินทางไปมาสะดวก

พูดถึงเรื่องการเดินทาง ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจอยู่ เพราะรถไฟในชิคาโก้เป็นระบบที่เก่าแก่ แต่ก็ไม่ดูซับซ้อน เข้าใจง่าย เพียงแต่บางครั้งการตั้งชื่อสถานีก็ทำให้สับสนได้ เพราะการที่ตั้งชื่อสถานีตามชื่อถนนนั่นแหละ โดยเฉพาะถนนเส้นหนึ่งที่มีรถไฟสองสายตัดผ่าน สองสถานีนั้นชื่อก็เลยดันเป็นชื่อเดียวกัน แล้วเค้าก็ไม่พยายามแยกด้วยว่าเป็น N, S, E, W ซึ่งปรกติก็น่าจะทำ จะทำให้คนที่เป็นนักท่องเที่ยวไม่หลงได้ง่าย ที่น่าสนใจอีกเรื่องสำหรับการคมนาคมขนส่งใน Chicago ก็คือ ในบริเวณ downtown หรือเขตธุรกิจ ปรกติในเมืองใหญ่ ๆ การคมนาคมจะเป็นการเดินทางโดยรถไฟใต้ดินมากกว่า แต่ที่นี่จะมีทั้งรถไฟฟ้าและรถใต้ดินปนกันอยู่ ซึ่งอันนี้คนก็ต้องดูเอาเองว่าจะขึ้นบนลงล่าง (เหมือนบ้านเรา) แต่ด้วยความที่รถไฟมันเป็นระบบเก่า เสียงมันก็จะดังมาก ยิ่งถ้าลงใต้ดินแล้ว ไม่ต้องคุยกันเลย คุยไม่รู้เรื่อง ต้องตะโกนเอา ส่วนรถไฟฟ้านั้น ด้วยความที่ถนนใน downtown มันแคบ ก็ทำให้ทางรถไฟที่ตัดผ่านตึกต่าง ๆ มันก็จะแคบไปด้วย เรียกว่าบางตึกเนี่ยมีระเบียงติดกับทางรถไฟเลยทีเดียว นึกไม่ออกเลยว่าคนที่พักหรือทำงานตึกพวกนั้นทำงานกันได้ไง อย่างโคตะระจะดัง… ซึ่งก็ถือว่าแปลกดี

Sondheim in the Parkตกเย็นของวันนั้น ก็ไปที่ Millennium Park ซึ่งเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมือง ก็จะมีลานคอนเสริ์ตขนาดใหญ่ แล้วก็มีน้ำพุให้เด็ก ๆ มาเล่นน้ำกัน มีร้านอาหาร มีจุดที่แสดงดนตรีและการแสดงต่าง ๆ อยู่ทั่วทุกมุมของสวน ซึ่งมันทำให้สวนมันมีชีวิตชีวาจริง ๆ วันที่ไปพอดีเป็นวันที่เปิดตัวคอนเสริ์ต Sondhiem in the Park ซึ่งเป็นดนตรี Classic ที่ใช้ในละคร Broadway และเป็นคอนเสริ์ตฟรีพอดี บริเวณที่จัดแสดงคอนเสริ์ตก็แบ่งเป็นสามส่วน ส่วนแรกก็เวทีการแสดง ส่วนที่สองก็เป็นที่นั่งสำหรับคนดูที่ชอบนั่งดู ส่วนที่สามก็จะเป็นลานหญ้า สำหรับคนที่ต้องการมาฟังเพลงแล้วก็ถือโอกาสมาปิคนิค ซึ่งทั้งสามส่วนก็จะมีโครงคลุมไว้ แล้วก็มีลำโพงห้อยกระจายอยู่ทุกมุมของลาน ทำให้คนฟังสามารถฟังได้อย่างทั่วถึง คอนเสริ์ตเริ่มประมาณ 6 โมงครึ่ง พอประมาณซัก 5 โมงกว่า คนก็เริ่มทะยอยจับจองที่นั่งทั้งในส่วนที่เป็นเก้าอี้ และส่วนที่เป็นลานกว้างสำหรับการปิคนิค ถึงแม้แดดยังคงแผดเผาด้วยความร้อนแรงอยู่ ด้วยความที่เรารู้ว่าจะต้องหิวอย่างแน่นอน ก็ออกไปหาซื้ออะไรมา แล้วจะได้ไปนั่งกินแถว ๆ ลานนั่น พอซื้อเสร็จเดินกลับเข้ามาที่ลาน หาที่ร่ม ๆ นั่ง พื้นที่ทั้งหมดก็เริ่มถูกจับจองจนจะเต็มหมดแล้ว แต่เรามาคนเดียวก็เลยหาง่ายหน่อย แล้วการแสดงก็เริ่มขึ้นทันที ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นั่งฟังคอนเสริ์ตเพลงคลาสสิคอย่างจริงจัง และเกิดอาการชอบอย่างจัง จริง ๆ ก็ชอบมานานแล้วหล่ะ แต่ครั้งนี้รู้สึกว่ามันฟังแล้วได้หลายอารมณ์ดีเหมือนกัน เป็นแนวดนตรีที่ให้ความรู้สึกที่หลากหลายแต่หนักแน่น คือ แสดงให้เห็นความรู้สึกที่ต้องการจะสื่อได้หลากหลายมากกว่า คนร้องก็เสียงดี สรุปคือชอบมาก ๆ

แต่ที่รู้สึกชอบไปมากกว่านั้นก็คือ บรรยากาศของคนที่เข้ามาชม โดยเฉพาะบริเวณลานกว้าง ที่มาเป็นครอบครัว ๆ แล้วก็เตรียมโต๊ะ เก้าอี้ ผ้าใบมาเอง แล้วก็ตั้งโต๊ะ รินไวน์ จิบไวน์ฟังเพลงคลาสสิคในคอนเสิร์ตพร้อมกับครอบครัว มันช่างเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจจริง ๆ บ้านไหนที่มีเด็ก ก็จะออกมาวิ่งเล่นตามเสียงเพลง มันดูมีความสุขดี บางบ้านก็มาเป็นครอบครัวเล็ก บางบ้านก็ครอบครัวใหญ่ คาดว่าวันนั้นมีคนเข้าฟังประมาณ 2-3 พันคนได้ พวก homeless ก็ไม่ค่อยมาป้วนเปี้ยนเหมือนบ้านเรา แล้วก็ไม่มีของขายเร่เกะกะ ถ้าบ้านเราทำอะไรให้มันจริงจังกว่านี้ ผมว่าบรรยากาศแบบนี้ก็น่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

พอกินอิ่ม นั่งฟังไปอีกซักสองสามเพลง ก็ลุกออกไปดูเวที (เพราะตอนที่นั่งอยู่จะเห็นแต่ส่วนบนของเวที แต่ไม่เห็นคนร้อง) ไปนั่งยืนฟังอยู่ตรงขอบทางเดิน จนสองทุ่มจะได้กลับ สองทุ่มช่วงนี้ตะวันยังไม่ตกดินเลย ระหว่างทางเดินกลับโรงแรม ก็จะมีกลุ่มการแสดงย่อย ๆ อยู่ประปราย เราก็เดินไปจนถึง Grand Park ซึ่งก็เป็นส่วนที่มีน้ำพุขนาดใหญ่ มีสวนสวย ข้ามถนนไปอีกฝั่งก็จะเป็น Lake Michigan ช่วงยามเย็นที่มีเรือใบจอดอยู่ตามท่าเต็มไปหมด ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ระหว่างทางที่เดินกลับโรงแรม ก็ผ่านอีก event หนึ่งอยู่ในสวนสาธารณะใกล้ ๆ กันอีก ก็คือ Chicago Dance Summer ซึ่งก็จะมีวงดนตรีมาเล่น มีลานเต้นรำ แล้วก็มีคนจับกลุ่มมาตั้งโต๊ะฟังเพลง เต้นรำเหมือนกัน นั่งดูสักพักก็กลับไปที่พักเพราะเหนื่อยล้าจากการเดินเท้าทั้งวัน แต่ก็ถือว่าน่าประทับใจมากทีเดียว

วันที่สอง หลังจากที่ไปกินอาหารเช้า ก็ออกไปจัดแจงเรื่องย้ายโรงแรม แล้วก็ออกไปเดินแถว ๆ Wicker Park แถวนั้นก็จะมีร้านพวกเด็กแนวทั้งหลายอยู่แถวนั้น แล้วก็มีร้านอาหารอร่อยหลายร้าน ก็เดินไป เดินมา หาอะไรกินซักพัก ก็ไป Lincoln Park ซึ่งเป็นสวนสาธารณะริม Lake Michigan บริเวณแถวนั้น จะมีบรรยากาศเหมือนตามชายหาด เพราะบริเวณนั้นก็จะมีหาดทรายสำหรับคนไปพักผ่อน ก็จะมีเด็ก ๆ สาว ๆ หนุ่ม ๆ ออกมาอาบแดด เล่นน้ำกันที่ชายหาดใกล้ ๆ กันนั้น ซึ่งจากมองออกไปจากสวน เห็นคนเต็มเลย หรือไม่ก็จะมีพวกที่ออกมาวิ่งออกกำลังกายในสวน ใน Lincoln Park ก็จะมีสวนสัตว์ให้เข้าฟรี แต่วันที่เราไปเข้ามีกิจกรรมพิเศษ สวนสัตว์ก็เลยปิดตอน 5 โมงเย็น เลยไม่ได้ไปดูอะไร (แต่ปรกติก็ไม่ค่อยเป็นคนที่ชอบไปสวนสัตว์อยู่แล้ว) ตกเย็นก็ออกไปกินพิซซ่าที่ Gino’s East เป็นการรอกินที่นานมาก ใช้เวลาต่อคิวอยู่หน้าร้านประมาณ 1 ชั่วโมง พอสั่งแล้วก็ใช้เวลาอีก 45 นาที กว่าพิซซ่าจะมา สรุปวันนั้นกว่าจะได้กินข้าวเย็นก็ปาเข้าไปเกือบ 4 ทุ่ม

Fun in the Parkวันสุดท้าย ด้วยความที่เหนื่อยก็ตื่นซะสาย แต่จริง ๆ วันอาทิตย์เป็นวันที่เงียบเหงาที่สุด เพราะเป็นร้านรวงส่วนใหญ่ก็ปิด และคนก็ไม่ค่อยออกมาเดินกันเท่าไหร่เลย ก็เลยเริ่มกิจกรรมของวันด้วยการกินอาหารเช้า + กลางวัน (ฺฺBrunch) ที่แถว ๆ สถานี Fullerton ก็กินไข่ทอด omlette แบบแปลก ๆ สไตล์อเมริกัน กินเสร็จก็เดินเตร็ดเตร่อยู่ซักพัก แล้วก็กลับไป Art Institute of Chicago ในดาวน์ทาวน์แถวที่พัก เป็น Museum ขนาดใหญ่ มี Collection หลากหลาย แต่ที่ดูจะติดขัดหน่อยก็คือ การออกแบบทางเดินใน Collection ที่อยู่ในห้องปิด แบบมีประตูทางเข้าทางเดียว เพราะปรกติการจัดนิทรรศการแบบที่เป็นงานศิลปะเยอะ ๆ เนี่ย ไม่น่าจะทำให้คนเข้าชมต้องเดินกลับทางเก่า เพราะนอกจากจะไม่ประหยัดเวลาแล้ว ทำให้คนขี้เกียจเดิน.. พอเดินเสร็จก็ไปส่งเพื่อนที่ Union Station ที่ต้องเดินไปเพราะไม่มีรถไฟไปถึง (จริง ๆ น่าจะมี) พอส่งเสร็จก็กลับมาเดินช๊อปปิ้งในเมืองอีกนิดหน่อย แล้วก็เดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน (เหนื่อยมาก ๆ)

โดยสรุป

ระดับความน่าเที่ยว: 90%

ระดับความน่าอยู่: 70%

เล็ก ๆ น้อย ๆ..

แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ก็ยังมีอีกมาก อย่างพวก Meseum ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิทยาศาสตร์ (Science Museum) ศิลปะ (Museum of Contemporary Art) การแสดง พวกโชว์ต่าง ๆ แล้วก็ยังมี Navy Pier, U of Chicago แล้วก็ยังไปล่องเรือตามคลองแล้วก็ Lake Michigan ได้อีก สำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบนักท่องเที่ยว… :) แต่ก็อย่างว่า คนก็จะเยอะหน่อย ก็แล้วแต่คนชอบครับ ส่วน neighborhood นั่น ถ้าทางเหนือ ๆ คนก็จะ upscale หน่อย ถ้าเป็นทาง south ก็จะมีชื่อ “เสีย” หน่อย..

ปล.เนื่องด้วย Trip นี้มันร้อนมาก ไม่ค่อยมีอารมณ์ถ่ายรูปเท่าไหร่เลย แล้วก็แสงมันจัดมาก เพราะฉะนั้นรูปที่ถ่ายมาก็เป็นรูปของวันแรกซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้ายังไงก็ลองไปดู Collection ทั้งหมดที่ flickr ละกัน

2 responses to “ร้อนนี้ที่ชิคาโก้

  1. จริง ๆ อากาศแถว ๆ ชิคาโก้จะเป็นแบบรุนแรง คือ ร้อนก็คือร้อน หนาวก็หนาว เนื่องจากมันอยู่ตอนบน แล้วก็ติดกับ Lake ขนาดใหญ่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s