แลกกันฟังมั๊ย

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเล่าเรื่อง บริการแลกเปลี่ยนหนังสือ Online ผ่าน What’s on my bookshelf คราวนี้มีบริการแลกเปลี่ยน CD เพลงที่ lala.com (ไม่รู้ว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรือเปล่านะ) สมัยก่อนหลายคนก็ชอบเก็บ CD เพราะถ้าจะต้องฟังเพลงต้องเอาแผ่นใส่เค้าไปในเครื่องเล่น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะเป็นเช่นนั้นแล้ว เมื่อ iTune ปฏิวัติการฟังเพลง ทำให้ CD ที่เก็บไว้ ก็เหมือนเป็น collection เอาโชว์ในตู้ไว้เฉย ๆ เลยทำให้มูลค่าของ CD อาจเป็นศูนย์ก็ได้ แทนที่จะเอาไปขายต่อหรือแลกเปลี่ยนเอาแผ่นอื่นมา concept ก็เหมือนคล้าย ๆ ขายของมือสองนั่นแหละครับ

เริ่มต้นก็ด้วยการ register ว่าเรามี CD เพลงอัลบั้มไหนมั่ง (Have List) คนอื่นก็จะเห็นว่าเรามีอัลบั้มอะไร ทีนี้เราก็จะเห็นว่าคนอื่นนั้นมีอะไรกันบ้าง พอเราอยากได้ก็เลือกเอาไว้ใน Want List

ที่นี้เวลา CD ที่เรามีไปตรงกับ Want List ของคนอื่น ระบบมันก็จะถามเราว่าเราพร้อมจะส่งหรือไม่ ถ้าพร้อม มันก็จะส่งซองจดหมายพร้อมกับแสตมป์มาให้เรา เพียงแต่เราก็เขียนชื่อที่อยู่ของคนที่เราจะส่งไปให้ ในขณะเดียวกันถ้าใน Want List ของเรา มีคนพร้อมที่จะส่ง ระบบมันก็จัดการหาคนส่งมาให้เรา เพียงแต่เราต้องเสียตังค์ค่า CD เป็นเงิน 1.75 เหรียญ US Dollar (ค่า CD $1+ ค่าจัดส่ง 75 เซ็นต์) มันจะตัดเงินในบัตรเครดิตเป็นรายเดือน ถ้าอยากได้มาก ก็อาจจะเสียตังค์มาก เหอๆๆ

ทีนี้มันจะมีระบบอีกตัวนึงก็คือ Karma Point ก็คือ จะเป็นคะแนนที่กำหนดความรวดเร็วในการจัดส่ง ถ้าเราส่งเร็ว Karma Point เราก็จะได้มาก และนั่นก็หมายความว่าจะทำให้เราได้ CD ที่ต้องการได้เร็วขึ้น

จริง ๆ มันอาจจะดูไม่ค่อย work ในเชิงกระเป๋าตังค์ของเรา ถ้าเอาไปเทียบกับซื้อเพลงผ่าน iTunes Music Store แต่ผมก็ว่าเป็นระบบที่มีการคิดที่รอบคอบมาก โดยเฉพาะในเชิงเศรษฐศาสตร์ เพราะ stakeholders ค่อนข้างได้ส่วนแบ่งกระจาย ๆ กันไป (เค้าบอกว่ารายได้ของค่า CD 20% เป็นของนักแต่งเพลง เจ้าของลิขสิทธิ์) และเป็นระบบที่เคารพ copyright มากที่สุดแล้ววิธีนี้ แต่ดูเหมือนตัวเค้าเองก็เอาไปเยอะเหมือนกันแฮะ…

ตัวผมเองก็เพิ่งจะสมัครเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ถ้าได้ผลดีไม่ดียังไง จะมา update ให้ฟังกันอีกที

พูดถึงเรื่องเพลงกับธุรกิจ วันก่อนมีเพื่อนที่เป็นนัก Trumpet เค้ามีอัลบั้มขายอยู่ใน iTunes เหมือนกัน แต่เค้าไม่รู้เลยว่า เพลงของเค้าถูกขายอยู่บนนี้แล้ว จนเราเองต้องโชว์ให้เค้าดูว่า อัลบั้มของเค้าขายเป็น mp3 แล้วจริง ๆ และเค้าก็ไม่รู้เรื่องด้วยว่าเค้าจะได้ผลประโยชน์จากตรงนี้หรือไม่ เพราะไม่ได้กำหนดไว้ตอนเซ็นสัญญา แต่เค้าบอกว่าเค้าจะไปคุยกับบริษัท Recording อีกที ก็หวังว่าคงจะได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย แต่ดูเหมือนตัวเค้าเองจะไม่ค่อยอะไรเท่าไหร่แฮะ (เพราะเค้ากลับไปสนใจว่า เออ มันถูกแฮะ เค้าจะได้ไปหาฟังเพลงได้ถูก แป่ว เป็นงั้นไป)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s