ไม่หลบแต่อยากไม่เปิดเผย

แน่นอน ตอนนี้ถ้าพูดถึงประเด็น Social Network ที่ hot ที่สุดหรือเรื่องที่เกี่ยวกับ Privacy ที่ Hot ที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่อง Facebook อย่างแน่นอน ถึงขนาดติิดอันดับคำค้นสูงสุดของ technorati ในช่วงนี้ ขอเล่าคร่าว ๆ สำหรับคนที่ไม่ได้ตามข่าวละกัน

Facebook เป็นเหมือน Myspace แต่จำกัดในหมู่นักเรียน นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยใช้ email ของสถาบันเป็นตัว verify แล้วในนั้นเราก็สร้าง profile แล้วก็สร้างชุมชนออนไลน์ขึ้นมา ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษามาในปัจจุบัน (คงไม่ขอเล่ารายละเอียดมาก ลองหาข้อมูลใน wikipedia ดูละกันครับ)

แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา Facebook เกิดการเปลี่ยนแปลงโฉมครั้งใหม่ โดย Function ที่เตะตามากที่สุด ก็คือ mini feed ซึ่งได้เจ้า mini feed เนี่ยเองที่เป็นตัวเจ้าปัญหา เพราะมันคือเก็บความเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวคุณ (ไม่ว่าคุณจะทำหรือคนอื่นทำเกี่ยวกับตัวคุณ) แล้วก็ออกมาป่าวประกาศให้เพื่อนของคุณได้รู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ และเพื่อนของคุณ ส่วนเพื่อนของคุณก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของคุณด้วยเช่นกัน

แน่นอน มันดูเป็น Function ที่ตื่นตาตื่นใจ แต่กลายเป็นว่า Facebook ได้ก้าวเข้าสู้เขตขัณฑ์ที่อันตรายเข้าให้เสียแล้ว ปรกติ user มีอำนาจในการควบคุม identity ของตัวเอง (เกือบเต็มที่) แต่ Function นี้กลายเป็นว่า User ไม่สามารถ Control อะไรได้ อีกทั้งยังไม่สามารถ set ให้มัน off ได้อีกด้วย

จนเกิดเป็นที่ไม่พอใจกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในหมู่คนใช้ Facebook เองเนี่ยแหละ ซึ่งหลายฝ่ายก็พยายามรวบรวม Petition ไปยัง Facebook ให้เอา Function นี้ออก

ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนใช้ facebook แต่เป็นแบบพวกอยากรู้อยากลอง ไม่ได้กะไปหาเพื่อนอะไรจริง ๆ จัง แต่พอให้รู้ว่ามันเป็นยังไง เวลาคนพูดถึงจะได้เข้าใจ ทุกครั้งที่เข้าไป log in ก็ประมาณว่าเข้าไปดูว่า profile ตัวเองมีอะไรแปลกปลอมหรือเปล่า… เพราะอย่างที่บอกเราไม่สามารถควบคุม identity ของเราเองได้ทั้งหมด (เช่น มีรูปเราไปอยู่ที่ profile ของคนอื่น แล้วคนอื่นมา tag ชื่อเราไว้ หรือมีคนมา comment แปลก ๆ ใน profile ของเรา เป็นต้น)

ส่วนไอ้ mini feed เนื่องจากมันปิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นพอมี update ที ผมก็ลบ (แต่ในระบบมันบอกว่า hide) มันออกทีละอัน ถามว่าทำไมถึงต้องลบ… จริง ๆ มันไม่มีอะไรเสียหายหรอกครับ เพราะผมไม่มีอะไรจะปิดบัง เพียงแต่รู้สึกว่ามันคือ “สิทธิ” ของผมที่จะไม่เปิดเผยให้สาธารณะรู้ คนที่รู้จักผมก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักผมลึกซึ้งเท่ากันหมด มันต้องมีความหนา บาง ไม่อย่างนั้นสังคมนี้มันก็คงไม่ต้องมี serendipity ไม่มีความเป็นส่วนตัวกันต่อไป…

ส่วนคนที่อยากติดตามความเคลื่อนไหว พร้อมกับบทวิเคราะห์เชิงลึกลองไปอ่านใน blog ของ Fred เค้าเขียนไว้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s