ลงโทษไม่ไปเลือกตั้งด้วยการใช้ห้องสมุด

เห็นข่าวคุณปู่ตาบอดวัย 73 ชาวตุรกิี ถูกตัดสินให้ไปลงเรียนวิชา การอ่านและเขียนหนังสือ ในห้องสมุดสาธารณะ เป็นระยะเวลา 26 วัน ด้วยข้อหาที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ก็แปลกดี

โดยปรกติคนที่ถูกทำโทษในห้องสมุดส่วนใหญ่ คือ จะต้องมาบำเพ็ญประโยชน์ เช่น จัดหนังสือ ทำความสะอาด เป็นต้น ซึ่งโดนลงโทษด้วยการมาเป็นคนทำงาน แต่ยังไม่เคยเห็นที่ต้องมาเป็นผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม ถ้ามองให้อ่อนลงมาหน่อย ที่มันดูไม่ร้ายแรงเท่ากับการลงโทษ แต่เป็นการสร้างกลไก ทางสังคม โดยการมีส่วนร่วมของห้องสมุดมากขึ้น ผมว่าก็น่าจะลงคิดเพิ่มเติมดู

เท่าที่มองดู มีหลักการที่่น่าสนใจมาสนับสนุน สองส่วน คือ  ส่วนที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการจัดการความรู้ และอีกส่วนคือส่วนที่เป็นการประชาสัมพันธ์ห้องสมุด

ไอ้การส่งเสริมการเรียนรู้เนี่ย จริง ๆ หลายคนอาจจะมีประสบการณ์จากชีวิตการเป็นนักเรียน เช่น โดนทำโทษให้ไปจัดชั้นหนังสือในห้องสมุด หรือทำโทษให้ไปทำการบ้าน หรือโดนกักบริเวณให้อยู่แต่ในห้องสมุด ซึ่งรูปแบบนี้มันก็น่าที่จะนำไปปรับใช้กับห้องสมุดสาธารณะ (หรือที่บ้านเราเรียก ห้องสมุดประชาชน) ในบทบาทของสังคมแห่งการเรียนรู้ (หรือ สังคมแห่งความรู้) ได้บ้าง

ขอนอกเรื่องหน่อย ในบ้านเราได้ มีหลายคนบอกว่า ห้องสมุดในประเทศเราได้งบรัฐบาลน้อย ก็เลยทำให้ห้องสมุดไม่ได้รับการพัฒนา แต่หากจะให้มองถึงปัจจัยแรกจริง ๆ มันอยู่ที่ชุมชนมากกว่า ถ้าการทีี่ห้องสมุดสามารถดึงคนให้เข้ามามีส่วนร่วมได้ มันมีแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาเอง ซึ่งห้องสมุดสาธารณะที่ประสบความสำเร็จในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายต่อหลายแห่ง ก็ไม่ได้อาศัยงบประมาณของภาครัฐเป็นสำคัญ

และผมก็ไม่เห็นว่า ห้องสมุดประชาชนจำเป็นจะต้องไปอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงวัฒนธรรมอีกต่อไป แต่มันควรจะไปอยู่กับพวกองค์การบริหารส่วนภูมิภาคเสียมากกว่า เพื่อให้ชุมชนรู้จักรับผิดชอบ และพัฒนาด้วยความต้องการของชุมชนเอง ซึ่งถ้ามันเป็นในรูปแบบนี้ โอกาสที่จะนำห้องสมุดมามีส่วนร่วมเป็นกลไกหนึ่งของชุมชน มันก็มีมากกว่า การที่ไปกระจุกอยู่กับส่วนกลางเท่านั้น (เอ่อ ไปเรื่อง administration ได้ไงหว่า)

ทีนี้ ห้องสมุดจะเข้าไปมีกลไกอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะเรื่องการให้คุณให้โทษคนเนี่ย อย่างในตัวอย่างก็คือ การสั่งให้คนที่ทำผิดไปนั่งเรียนในวิชาพื้นฐานที่ห้องสมุดจัดขึ้น  แตจริง ๆ แล้ว โอกาสที่มันจะขยายไปสู่หัวข้อเฉพาะ ที่จะต้องอาศัยการทำรายงาน การวิจัย การจดบันทึกในเรื่องใด โดยใช้ห้องสมุดเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมเหล่านั้น ซึ่งก็อาจจะทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ถ้าการเรียนรู้มันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกความรู้ของบุคคลหรือของชุมชนนั้น ๆ ไว้เป็นเรื่องเป็นราว มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ และมีคุณค่าทางจดหมายเหตุและประวัติศาสตร์ไปอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เราคงไม่อาจจะไปคาดหวังว่าคนที่เข้าไปห้องสมุดทุกคน คือ จะต้องเข้าไปเรียนรู้หรือพัฒนาตนเอง (เพราะรู้ ๆ ดีกันอยู่ แค่ Thesis ยังมีกันจ้างทำแล้วเลย แล้วอีเรื่องแค่นี้จะไม่มีเชียวหรือ)

ซึ่งอันนี้มันก็จะกลายไปเป็น ภาระของบรรณารักษ์และคนที่สามารถให้คุณให้โทษได้ ที่จะต้องศึกษาชุมชนให้ลึกซึ้ง เพื่อจะได้วิเคราะห์ได้ว่า หากจะต้องหากลไกให้คนมาทำแบบนี้จริง ๆ รายละเอียดในการศึกษาแบบต่อเนื่องเชิงบังคับเนี่ย ควรจะออกมาในหน้าตาแบบไหน เพื่อให้ชุมชนได้ประโยชน์

ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างห้องสมุดกับชุมชนก็อาจจะเป็นได้ทั้งแง่บวกและแง่ลบ ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับการสร้างภาพลักษณ์ บรรณารักษ์ทั่วไปก็อาจจะแย้งว่า แค่นี้คนก็ไม่อยากมาใช้ห้องสมุดแล้ว ไปลงโทษเค้าแบบนี้ ทำให้ภาพลักษณ์มันดูเหมือนคุกไปเสีย  ทำให้คนยิ่งไม่กล้ามาใช้ ในขณะที่อีกมุมมองหนึ่งอาจบอกว่า ก็เป็นการส่งเสริมให้คนรู้จักห้องสมุด และทรัพยากรของ “ชุมชน” มากขึ้น และให้คนได้เข้าใจและตระหนักว่า เงินที่ใช้ซื้อหนังสือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็คือ เงินภาษีที่ตนได้จ่ายไป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเชิงสังคมศาสตร์และอาชญวิทยา อาจมองได้ว่า การบังคับให้มา “ใช้” ห้องสมุด เป็นโทษที่เบาเกินไป จะทำให้คนไม่กลัวการลงโทษ แต่หลายคนอาจจะบอกว่า ก็แล้วแต่บทลงโทษนะ การบัังคับให้มาใช้ห้องสมุด อาจจะเหมาะกับโทษเบา อย่างเช่น โทษของการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ก็แทนที่จะเพิกถอนสิทธิทางการเมือง อาจจะต้องมีการให้เขียนรายงาน หัวข้อ “ประชาธิปไตยในความคิดของคุณ คือ อะไร” อิอิ ซะงั้น

One response to “ลงโทษไม่ไปเลือกตั้งด้วยการใช้ห้องสมุด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s