Wall Street Journal กับชุมชนออนไลน์

Wall Street Journal ดูเหมือนจะเป็นค่ายสื่อใหญ่ (มียอดจำหน่ายสูงสุดในอเมริกา รองจาก USA Today) ที่ีหลายคนกำลังจับตามอง เนื่องจากมีการเปลี่ยนในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับยุค 2.0 ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง blog, social networking, แล้วก็พวก online multimedia content

Bill Grueskin บรรณาธิการบริหารของ WSJ.com ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ใน MediaShift เกี่ยวกับการแนวคิดในการปรับตัว ซึ่งมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการทำงานของนักข่าว โดยใช้แนวคิด Build Method

We call it the Build Method, where you start off with a breaking news headline, if it’s significant enough you do an email alert or desktop alert. Then you build the story minute by minute or hour by hour on the website. This isn’t much different than what the wire services have been doing for generations. We’re trying to funnel that work so everyone’s contributing what’s appropriate to the story and not doing the same things. So you can come to the site any time during the business day and get truly the latest version of that story, and you can’t say that about most other places where they just do one story and they’re done.

ความท้าทายของ WSJ นอกเหนือจากจะเน้นเนื้อหาเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ที่ทำให้คนอ่านและสังคมการบริโภคข่าวมีลักษณะเฉพาะแล้ว อย่างหนึ่งที่ WSJ เคยเป็น advocate มาก็ก่อน ก็คือ เรื่อง เสียตังค์เพื่ออ่าน ซึ่ง Grueskin ก็มีมุมมองที่น่าสนใจ โดยเปรียบเทียบแนวคิดระหว่าง WSJ กับ New York Times แล้วก็ Washington Post ที่เริ่มต้นจากการให้ฟรีทุกอย่าง

ส่วนเรื่อง blog นี่ ก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ Grueskin บอกว่า

“Posts are all read before they get posted. We don’t go back and forth arguing for hours about the nut [para]graph of a four-paragraph blog post.”

และด้วยความเป็นสื่อทางด้านธุรกิจ ทำให้มีประเด็นที่น่านำไปคิด

One of the biggest issues we face with citizen journalism is disclosure. That is, in financial and business news, it’s vital that readers know what interest, if any, a journalist has in a company. That’s why our ethics code  [PDF file] is so tough on issues such as stock ownership, selling stocks short, etc. WSJ journalists sign that code every year, and it is critically important in establishing our bona fides on stories in which people can make, or lose, a fortune. I don’t know how we could replicate that with citizen journalists.

(สำหรับคนที่สนใจเรื่อง จรรยาบรรณและจริยธรรมของสื่อ แนะนำให้ตามไปอ่าน ethics code ของ dow jones)

Grueskin ปิดท้ายด้วยการเปรียบเทียบระหว่าง WSJ กับ Blog ที่ได้รับความนิยมต่าง ๆ ไว้น่าสนใจว่า ปัจจัยที่ทำให้ WSJ ประสบความสำเร็จมาเป็นปี ๆ ก็คือ ความสามารถในการทำให้ผู้อ่านมองเห็นภาพมุมกว้างของธุรกิจ และเศรษฐกิจ การเงิน การคลังได้ ในขณะที่ Blog หรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่เจาะลึกเป็นเรื่อง ๆ ไปไม่สามารถทำได้ ซึ่งพอพูดแบบนี้ก็ทำให้ นึกได้ว่าก็จริงเหมือนกัน

ขอยกตัวอย่างล่าสุด สด ๆ ร้อน ๆ ที่ระเบิดเมื่อตอนปีใหม่ ตามอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้งงเหมือนกัน มันเหมือนพาดหัวตีกันไป ตีกันมาอ่ะ ไม่รู้ว่าอันไหนล่าสุด อันไหนมีข้อมูลซ้ำ ไม่ซ้ำบ้าง แต่พอไปอ่าน live blogging ของ Bangkok Pundit รู้สึกเข้าใจสถานการณ์ได้ดีกว่า เพราะมีการลำดับเรื่องราว แล้วก็เห็นภาพในเชิงรายละเอียดได้ดีกว่า ทั้งนี้อาจมีส่วนมาจากเทคนิคในการนำเสนอด้วยเช่นกัน ซึ่ง blog ดูจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า

แต่กระนั้นก็เถอะ จะบอกว่า blog ให้ภาพมุมกว้างไม่ได้ ก็เห็นจะไม่จริงสักเท่าไหร่นัก เพราะมีหลาย blog ที่ไม่ได้ให้ข้อมูลในเชิงลึกเลย แต่ในทางตรงกันข้ามก็ทำการสรุปเรื่องราวจากสื่อต่าง ๆ มา ซึ่งทำให้เห็นภาพมุมกว้างได้มากกว่าเสียอีก โดยเฉพาะ blog ก็ไม่ได้จำกัดให้มีคนเขียนแค่คนเดียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s