เสรีภาพในกรงทองเสมือน

เมื่อวานเพิ่งเขียนถึง สิทธิเสรีภาพของวัยรุ่นบน MySpace ไปหยก ๆ วันนี้มาด้วยเรื่องเดียวกันในทางตรงกันข้ามซะงั้น

MySpace เตรียมที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ชื่อ Zephyr ซึ่งจะช่วยให้พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถตรวจดูพฤติกรรมของลูกหลานบน MySpace ได้ ซึ่งเป็นความตั้งใจของ MySpace ที่พยายามลบภาพของอันตรายของ social network site ขึ้นมา (อ่านเพิ่มเติม​ Wall Street Journal, CBS News)

Fred ตั้งคำถามไว้น่าสนใจว่า

Do we really need to track our children, monitoring their logins on computers around the world? And what does it really get us? In a sense, this is just an escalation in the Myspace arms race. The question becomes: What will the young people do to get around Zephyr?

Jakob เขียนตอบโดนตั้งข้อสังเกตว่า

“if you build a police state, it will get used. It’s not even a question of “abuse” – these sorts of monitoring powers are by their very nature abused; it’s almost more difficult to imagine a situation where these powers aren’t used for bad purposes.”

นอกจากนี้หลายคนก็เริ่มมองว่า Zephyr จะทำให้คนใช้้ MySpace น้อยลง (มากกว่ารู้ว่า Rupert Murdoch ซื้อ MySpace เสียอีก)

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ปรากฏการณ์นี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะคนไม่อยากอยู่ในสายตาของพ่อแม่ พี่น้อง แต่กลับไม่แคร์หากคนของ MySpace จะเป็นคน monitor ซึ่งคนใช้ทั่วไปมักไม่ค่อยคิดถึงเรื่องนี้ (จริงงานวิจัยหลายชิ้น ก็ได้ชี้ให้เห็นว่า สถิติของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลส่วนใหญ่ จะมาจากคนใกล้ชิด และคนส่วนใหญ่ก็มีทัศนคติที่ละเอียดอ่อน กับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลจากคนใกล้ชิด มากกว่าการกระทำจากคนอื่น)

จริง ๆ มันก็แนวเดียวกันกับการใช้อีเมล์สาธารณะอย่าง Yahoo, Gmail หรือ Hotmail ตอนนี้ยังไม่มีใครโวยวาย เพราะยังไม่มี case ที่พิสูจน์ได้ว่า คนให้บริการเหล่านี้เค้าละเมิด privacy เราหรือเปล่า ทั้งที่จริง ๆ แล้วก็มีคนเริ่มสงสัยมานาน ซึ่ง implication ที่เกี่ยวกับ privacy ของการใช้อีิเมล์ที่นึกออกตอนนี้ มีอยู่สองเรื่อง

เรื่องแรก ก็คือ ลองเปรียบเทียบความรู้สึก ระหว่างหาจับได้ว่า พ่อแม่ หรือคนใกล้ชิดแอบมาอ่านอีเมล์ส่วนตัว กับจับได้ว่า Google เอาอ่านเมล์เรา กรณีแรก แค่รู้ว่าคนใกล้ชิดมาแอบอ่าน ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ บางคนอาจถึงกับต้องเปลี่ยน email ไปเลย แต่ถ้าจับได้ว่า Google มาแอบอ่านเมล์ของเรา ส่วนใหญ่ก็อาจจะถามต่อว่า “เอาไปทำอะไร” ซึ่งอ่านอย่างเดียว คนก็ไม่แคร์ อีเมล์เราไปส่งต่อให้ CIA หรือบริษัทขายของ

ส่วน implication ที่สอง ก็เป็นเรื่องที่ คนจำนวนมาก forward email account ของบริษัท ไปยัง account ส่่วนตัวของผู้ให้บริการสาธารณะ ซึ่ง New York Times เขียนถึงไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนี้บริษัทต่าง ๆ ก็เริ่มกลัวว่าความลับของบริษัทจะรั่วไหล ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ก็ไม่นึกถึง ถึงจะนึกถึงก็ไม่แคร์เท่าไหร่ เพราะคนตัองการความสะดวกสบายมากกว่า

ซึ่งไอ้เจ้าความรู้สึก sensitive กับการถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล น่าจะเกียวกับ “effect” มากกว่า ที่การกระทำของคนใกล้ตัว มีอิทธิพลและมีผลมากกว่า เอาแค่การได้อ่าน perception ของคนใกล้ตัวที่เปลี่ยนไป ก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากพอตัวอยู่แล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s