การควบคุมกันเองของสื่อ

เปิดเข้าไปในเว็บไซต์ ของสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เจอบทคัดย่อของงานวิทยานิพนธ์ชิ้นหนึ่ง ของธรรมศาสตร์ ชื่อเรื่อง พัฒนาการการควบคุมกันเองของ น.ส.พ. : วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในสังคมไทย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์ (เข้าใจว่าปัจจุบัน อยู่ที่มติชน) เมื่อปี 2543 เห็นว่าน่าสนใจดี

“ผลการศึกษาวิเคราะห์สรุปว่า การควบคุมกันเองด้วยความสมัครใจ โดยกลไกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร การจะผลักดันให้สำเร็จได้ ต้องประกอบด้วยเงื่อนไขหลายประการ คือนักหนังสือพิมพ์ต้องควบคุมตนเองเป็นเบื้องต้น ผู้ประกอบการ สมาคมวิชาชีพ สถาบันการศึกษา องค์กรภาครัฐและองค์กรประชาชน ต้องทำความเข้าใจถึงปรัชญาและวิธีการในการควบคุมกันเอง ประสานการปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างจริงจัง

ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะต่อทุกฝ่าย อาทิ สภาการหนังสือพิมพ์ต้องไม่คิดว่า การที่มีผู้ร้องเรียนมากจะเป็นการประจานตัวเอง และเป็นปัญหาต่อการปฏิบัติ แต่หันมาสนับสนุนให้มีการร้องเรียนอย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างความเข็มแข็งในการควบคุมกันเอง หนังสือพิมพ์ต้องวางแนวทางปฏิบัติภายในขององค์กรให้ชัดเจน สอดคล้องกับกรอบจริยธรรมและข้อบังคับของสภาการหนังสือพิมพ์ ปฏิบัติตามคำตัดสินของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ภาครัฐควรกำหนดเป็นนโยบายให้หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ พนักงานของรัฐ ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล ข่าวสารกับสภาการหนังสือพิมพ์ฯ เพื่อให้การสืบหาข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ

หากวงการวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ไม่สามารถสถาปนาระบบการควบคุมกันเองอย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้นักหนังสือพิมพ์ และองค์กรหนังสือพิมพ์สำนึกในความรับผิดชอบได้แล้ว และหากสังคม ขาดความเชื่อมั่นกระบวนการควบคุมกันเองที่เป็นอยู่ การเรียกร้องให้ใช้อำนาจตาม กฎหมายควบคุม หรือให้คนนอกวงการ เข้ามามีบทบาทหลักในสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน”

ปัญหาโลกแตกนะผมว่า เพราะปัญหาแบบนี้ มันมีอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม ไม่เพียงแต่สื่อเท่านั้น ยิ่งสังคมใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งควบคุมกันยากขึ้นเท่านั้น พลันให้นึกถึงสื่อรากหญ้า จะควบคุมกันยังไงนะ ขนาด self-governance ของสื่อที่มีคำว่า “วิชาชีพ” ค้ำคออยู่ ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ อยู่เลย ถ้าดูตามระดับของ Governance บนอินเตอร์เน็ท (ใน David Post, 1996) สื่อรากหญ้ามันไม่มีระดับขององค์กร ในขณะที่ Contractual provisions มันก็ดูจะไม่มีผลกระทบต่อการคงอยู่ และเคลื่อนไหว (เว้นแต่ว่าเป็นสื่อรากหญ้าที่หวังผลกำไร) เพราะฉะนั้น มันก็เหลือเพียงแต่ self-ethics, social norms แล้วก็กฏหมายเท่านั้น ซึ่งคนที่เป็นรัฐบาล ก็แน่หล่ะ ไม่อยากจะปล่อยให้สื่อเหล่านี้ ควบคุมกันเองด้วยเพียงแค่ จริยธรรมส่วนบุคคล และ social norms เท่านั้น เพราะมันก็เสี่ยงอยู่ใช่น้อย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ระส่ำระสาย ว่าแต่ว่า ถ้าจะต้องออกกฏระเบียบกันจริง ๆ หล่ะ ใครจะเป็นคนออก แล้วจะออกกันยัง.. แล้วมันจะไปอยู่ในกลุ่มไหน หมวดไหนของกฏหมายหล่ะเนี่ย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s