ห้องสมุด vs. ร้านขายหนังสือ

เห็นใครต่อใครก็พูดถึงเรื่อง งานสัปดาห์หนังสือ ดูเหมือนเราจะเห่ยอยู่คนเดียว เห็นงานสัปดาห์หนังสือประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ก็อดปลื้มใจแทนคนจัดงานไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อดมองย้อนกลับไป ประเด็นเดิม ๆ ที่คนชอบเปรียบเทียบร้านหนังสือ กับห้องสมุดไม่ได้ ว่าทำไมคนรู้สึกพออกพอใจกับร้านหนังสือมากกว่าห้องสมุด

เอาหล่ะ หากมองข้ามประเด็นฝั่ง providers (ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด เก่า ไม่น่าเข้า ไม่ cool ไม่ hip หนังสือน้อยอะไรก็แล้วแต่) คอลัมน์ moving on ใน Wall Street Journal พยายามตั้งข้อสังเกต เหตุผลที่คนชอบ “เป็นเจ้าของ” หนังสือโดยอ้างเหตุแห่งวัตถุนิยม ในขณะเดียวกันก็เปรียบเทียบห้องสมุดกับเทคโนโลยี โดยอ้าง generation gap จริง ๆ อ่านแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันมีประเด็นอะไรแปลกใหม่ เพียงแต่สะดุดกับประเด็นของ วัตถุนิยม ว่า มันเป็นเหตุเป็นผลเช่นนั้น “ทั้งหมด” จริง ๆ หรือ

ในขณะที่บางคนมองห้องสมุดกับร้านหนังสือเป็นคู่แข่งกัน แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง ห้องสมุดกับร้านหนังสือ ไม่ใช่เป็นคู่แข่งเสียทีเดียว หากแต่เป็นดั่งน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าเสียมากกว่า ตัวอย่างโด่งดังสุดแถว ๆ บ้านเรา ก็คงจะเป็น Library@Orchard ที่ร้านหนังสือ Kinokuniya ที่ตั้งขึ้นก่อนได้ผลประโยชน์โดยตรงจากการ มีห้องสมุดอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ล่าสุดห้องสมุดในรัฐ Oregon ต้องถูกปิดตัวลง ข่าวใน Main Tribune (Will the closing of the libraries spur a … Bookstore boom?) กล่าวว่า ถึงแม้คนจะเข้าร้านหนังสือมากกขึ้น แต่ร้านหนังสือเหล่านั้นก็เสียลูกค้ารายใหญ่ไป

Barnes & Noble stores don’t release sales figures or measure foot traffic through the doors, but Budmayr said there have been more people in the store in recent days.

He said Barnes & Noble won’t be able to fill the browsing void left by the library closures.

“The library did a great job of filling that need,” Budmayr said. “Sadly, we can’t fill that for them, we have to sell. It’s OK to read a few pages, but we encourage folks to buy a book and take it home and make it theirs.”

ในบทความของ Wall Street Journal ยังพูดถึงเปรียบเทียบระหว่าง Google กับห้องสมุด ซึ่งเป็นคู่แข่งสุดคลาสสิก ถ้าห้องสมุดไม่คิดจะปรับตัว อย่างน้อยให้ visible บนโลกของผู้ใช้ ทถูกกวาดต้อนด้วยเทคโนโลยี สุดท้ายห้องสมุดก็คงจะถูกกลืนไปในที่สุด นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่างง่าย ๆ ว่า “ทำไมห้องสมุดถึงต้องรู้จักลงทุนด้านเทคโนโลยี”

[via blyberg.net; LISNews]

4 responses to “ห้องสมุด vs. ร้านขายหนังสือ

  1. ได้อ่านบทความของพี่หลายๆ บทความแล้วรู้สึก ประทับใจกับการวิเคราะห์ของพี่มากครับ
    ผมเองจบทางบรรณารักษ์มายังไม่เคยได้ไอเดียแบบพี่เลย
    ถ้าเป็นไปได้อยากจะคุยกะพี่ได้มั้ยครับ

    ติดต่อผมผ่านทางอีเมล์ก็ได้ครับ

    dcy_4430323@hotmail.com

    ผมชื่อวายครับ

  2. อ่านแล้วก็อึ้งไปนิดนึง…
    ผมไม่ได้เข้าห้องสมุดนานแล้ว…
    เข้าแต่ร้านเนต กับร้านหนังสือ
    …คือ ผลกระทบของห้องสมุดอาจจะเกิดจากการที่ร้านหนังสือยอมให้ยืนอ่านได้ โดยไม่หวง และมีหนังสือหลายๆ เล่ม พร้อมให้คนเข้ามาอ่านโดยไม่ได้ห่อพลาสติกไว้ จึงทำให้ช่วงเวลานี้ร้านหนังสือจึงมีคนสนใจมากกว่า…
    แล้วห้องสมุดล่ะ…
    ผมเห็นหลายๆ ห้องสมุดเริ่มปรับตัวที่จะให้ความสำคัญกับคอมพิวเตอร์ การสืบค้น อย่าง TCDC สามารถค้นหาและรู้ข้อมูลย่อๆ ของหนังสือได้…บางเล่ม!
    …ก็คงเป็นการดีครับ ถ้าทั้งห้องสมุดแล้วก็ร้านหนังสือปรับตัวไปด้วยกัน ผลดีก็ตกมาอยู่กับผู้อ่านทั้งหลาย…
    …แต่อย่าลืมช่วยกันรณรงค์การอ่านหนังสือกันต่อไปด้วยนะครับ

  3. เรื่องสุดคลาสสิคทีเดียว ชอบๆ
    .
    .
    ส่วนตัวนะเรื่องงานสัปดาห์หนังสือเห็นแล้วก็ดีใจ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนใจเหมือนกัน คนเยอะก็จริงแต่ว่า “การอ่านหนังสือ” ก็ยังเป็นเรื่องที่เราคิดว่ายังอยู่ในอาการโคม่า มีกลุ่มคนที่ไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับคนทั้งประเทศ(แต่ก็ดีใจที่มี)

    ถ้าจะว่ากันเรื่องห้องสมุดกับร้านหนังสือ .. ที่เมืองไทย ในความคิดเรานะ มันยังไม่สูสีนักอ่ะ คือห้องสมุดยังไม่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคน ร้านหนังสือเองก็เช่นกัน (แต่เห็นด้วยในกรณีน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่านะ)
    เราเชื่อว่าห้องสมุดหลายๆที่กำลังพยายามปรับตัวอย่างถึงที่สุด เท่าที่ตัวเองจะทำได้ ร้านหนังสือเองก็เหมือนกัน

    อีกอย่างมันก็ย้อนกลับมาทีว่า ถ้าเราปลุกฝังให้คนไทยเป็นคนรักการอ่านได้ก็คงจะดีไม่น้อย (ง่ายๆเลย ถ้าอยู่บ้านในวันหยุดแล้วคุณเลือกที่จะหยิบหนังสือมาอ่าน มากกว่าทีจะดูทีวี หรือท่องเน็ต หรือออกไปเที่ยว-แค่นี้เอง) ซึ่งมันก็คงจะถูกมองย้อนกลับไปที่ “ระบบ” ที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาโลกแตก เฮ้ออออ

    .
    .
    งง กับ comment ของตัวเองมาก แต่ไหนๆก็เขียนไปแล้ว ก้ post เลยแล้วกัน อิอิอิ (เง็งๆหน่อยนะโตมร)

  4. อ่านบทความแล้วก็เห็นด้วยนะคะ บางส่วนห้องสมุดกับร้านหนังสือไม่ต่างกันเท่าไร แต่ในบางส่วนก็ต่างกันมาก ด้วยลักษณะทางกายภาพ และบริการทั้งหลาย แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ห้องสมุดที่มีบทบาทหรือมีบริการ ทรัพยากรสารสนเทศที่ดีๆ และหลากหลายมักจะเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยมากกว่าห้องสมุดประชาชน แทนที่ห้องสมุดที่ใกล้ชิดกับคนในชุมชนมากที่สุดจะมีบทบาทมากกว่าห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา เคยถามนักศึกษาว่า “เคยเข้าห้องสมุดประชาชนใกล้บ้านของตัวเองหรือไม่” ปรากฎว่ามีนักศึกษาประมาณไม่เกิน 10 คน จากนักศึกษา 80 กว่าคนเท่านั้น ที่เคยเข้าห้องสมุดประชาชน แล้วอย่างนี้จะหวังได้อย่างไร ให้เด็กอ่านหนังสือกันมากขึ้น ในเมื่อห้องสมุดใกล้บ้านยังไม่เคยเข้าไปใช้กันเลย เราต้องปรับปรุงส่วนไหนกันแน่ ห้องสมุด เด็ก การเรียนการสอน การอบรมเลี้ยงดู?????

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s