Blog Identifier?

ผมเคยเขียนถึงความเป็นห่วงในเรื่องของ persistence ของ blog เมื่อครั้งไปงาน NC Science Blogging Conference ซึ่งความสำคัญในบริบทนั้นอยู่ที่การอ้างอิงในอนาคต

ล่าสุด Matt Raymond แห่ง Library of Congress ออกมาโยนหินถามทางกับบรรดาเหล่าบรรณารักษ์และนัก catalog ทั้งหลาย เกี่ยวกับการออก ISSN ให้กับ Corporate Blog โดยถือว่า เป็นสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมี ISSN ซึ่งก่อนหน้านี้ IBSN (Internet Blog Serial Number) ก็ตั้งขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า Blog ถูกปฏิเสธที่จะให้ ISSN จากข้อมูลของ ISSN International Center ว่าไว้ดังนี้

Are ISSN assigned to electronic publications?

Yes, ISSN are assigned to electronic publications as far as they are serials or other continuing resources. However commercial web sites, personal weblogs and web pages, web pages which contain only links to other URLs are not eligible for ISSN.

ประเด็นที่ถกเถียงเริ่มขึ้นจาก คำถามที่ว่า “ต้องการ ISSN ไปทำอะไร” บางคนบอกว่า ใช้เพื่อ findable แต่จริง ๆ ผมก็มองว่าการใช้ ISSN คือ การควบคุม authority อย่างหนึ่ง เช่น ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนชื่อ การใช้ตัวย่อ รวมไปถึงหน้าตาหรือ look ที่แปรเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม blog มักจะถูก argue ว่า ไม่ตรงกับ requirement ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของระยะเวลาที่ไม่แน่นอน แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกนัก เพราะตอนนี้ open access journal หลายชื่อ ก็เปลี่ยนระยะเวลาการตีพิมพ์เป็นแบบ annual โดยที่บทความก็จะ available บนเว็บทุกครั้งที่พร้อมตีพิมพ์ เพราะฉะนั้นระยะเวลาการตีพิมพ์จริง ๆ ก็ไม่แน่นอน

จริง ๆ ไม่เพียงแต่ Open access journal เท่านั้น แต่ใน traditional Journal ส่วนใหญ่ เดี๋ยวนี้ก็มี in-press article ให้บริการเมื่อผ่านกระบวนการ review เรียบร้อยแล้ว เป็นต้น

คำถามต่อมา จะเห็นได้ว่า เป็นคำถามที่อยู่ในแบบสอบถาม เรื่อง Blogger Perceptions on Digital Preservation อยู่แล้ว เช่น ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทุก blog ควรจะมี identifier หรือไม่ ถ้าไม่ การใช้กฏเกณฑ์อะไรในการคัดเลือก ทั้งนี้ส่วนหนึ่งของการมี Identifier ก็สำหรับการ Preserve อีกทางหนึ่ง (Note: เวลาที่จะ register ISBN หรือ ISSN ผู้ขอจะต้องส่งสำเนา ให้กับผู้ออกหมายเลขเพื่อเก็บรักษาและใช้เป็น reference ซึ่งบ้านเราก็เป็นหน้าที่ของ หอสมุดแห่งชาติ อย่างไรก็ตามในการกำหนดกฏเกณฑ์ ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ไม่พูดถึง ไม่ได้ก็คือ คุณค่า ซึ่งถ้าจะว่ากันตรง ๆ แล้ว คุณค่ามันค่อนข้างเป็น subjective มาก นั่นหมายความว่า identifier เหล่านี้ก็ไม่มีมาตรฐาน กล่าวคือ blog หนึ่ง ไปขอ ISSN จากหอสมุดแห่งชาติ แล้วไม่ผ่าน ก็อาจจะต้องไปขอจาก LC แล้วได้ก็ได้ ทั้งนี้เพราะคุณค่าที่มองกันคนละมุมมอง โดยเฉพาะ cultural value ที่ค่อนข้างมองกันได้ในหลายมุม (ซึ่งหอสมุดแห่งชาติบ้านเรา ค่อนข้างจะเป็นแนวอนุรักษ์นิยมค่อนข้างสูง)

อย่างไรก็ตาม ISSN อาจไม่ใช่ทางออกเดียวกับของ identifier ยังมี IBSN (Internet Blog Serial Number) หรือแม้กระทั่ง DOI หรือ PURL ซึ่งดูแล้ว ก็น่าจะเหมาะกว่า เพราะมันมีประโยชน์ในเชิงการจัดการข้อมูลด้วย แต่ดูเหมือนมันมี Option เยอะเหมือนกันแฮะ ไป ๆ มา ๆ ก็จะกลายเป็นว่า ระบบไม่ consistent อยู่ดี คือ blog นั้นใช้อันนี้ blog นี้ใช้อันนั้น

แต่ท้ายสุด ก็กลับมาที่คำถามเดิมว่า เราต้องการ identifier นี้เพื่ออะไร

[Thanks Simon Spero for sharing this story.]

8 responses to “Blog Identifier?

  1. เอ่อ ผมอาจจะเขียน แล้วทำให้ตีประเด็นผิดพลาด จริง ๆ ไม่ได้จะตั้งเป็นคำถามอ่ะครับ เพียงแต่จะบอกว่า ให้เป็นทางเลือกว่า การจะใช้อันไหน ก็ขึ้นอยู่กับประโยชน์มากกว่า

    แต่อยากจะเพิ่มเติมนิดนึงในส่วนที่คุณ bact’ เสนอมา ่ในความเป็นจริง การใช้ ISBN และ ISSN ในการค้นคืนนั้น ได้รับความนิยมน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าไม่มีเลย ซึ่งตัวเลขจาก transaction log ของ OPAC ไม่ว่าจะที่ไหน ต่อที่ไหน ISBN และ ISSN ก็ถูกใช้บ้าง แต่ไม่มาก (ซึ่งเป็นคำถามต่อที่ว่า ใครกันหนอ เป็นคนใช้กลุ่มนี้) เพราะคนส่วนมากจะ search จาก keyword เป็นสำคัญ หากจะค้นก็จะค้นจาก title หรือชื่อผู้แต่งมากกว่า

    และถ้าจะว่ากันในเรื่องระบบจริง ๆ ISBN และ ISSN ยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก สิ่งสำคัญคือ มันไม่ได้เชื่อมโยงรายการอะไรเท่าไหร่ ในระบบ Library automation ISBN กับ ISSN เป็นเพียง metadata element หนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญในการเรียกค้นคืน แล้วยิ่งตอนนี้ แนวคิด FRBR กำลังเป็นที่นิยม ยิ่งทำให้เห็นจุดบกพร่องของ ISBN กับ ISSN มากขึ้น

    ส่วนในการอ้างอิงในทางวิชาการ เลขเหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมที่จะเขียนลงไปอยู่แล้วครับ

  2. ผมอ่านแล้วสงสัยว่า ข้อดีเรื่อง cost of participation ของบล็อก (คืออยากมีก็ไปเปิดกับ blog provider แป๊บๆ อยากเลิกก็เลิก) มันมีผลมากทำให้บล็อกได้รับความนิยมในวงกว้าง (จำนวน) และเกิดความหลากหลายทางเนื้อหา

    ถ้าเราอยากทำให้บล็อกน่าเชื่อถือมากขึ้น (ซึ่งต้องเพิ่มขั้นตอน กรรมวิธี) จะทำให้ข้อดีตรงนี้เสียไปหรือเปล่า หรือเป็น trade off ที่คุ้มค่า?

  3. การเพิ่ม cost of participation อย่างที่คุณ mk ว่ากับ blogosphere ทั้งหมด คงลำบากแน่นอน และก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ทุก blog มันมีคุณค่าเหมือนกันทั้งหมด

    ผมมองว่า แน่นอนมันทำให้จำนวน blog น้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สัดส่วนระหว่างของดีกับขยะมันมีสัดส่วนที่น้อยลงตามไปด้วย ดีไม่ดี อะไร ๆ ก็จะกลายเป็นว่าคนที่มีเทคโนโลยีดีกว่า มีทรัพยากรมากกว่า ถึงจะได้ blog เท่านั้น แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นมันจะกลายเป็น Blogger Divide ไปหรือเปล่า

  4. แต่ก็จริงเหมือนกันนะ ที่ระบบเว็บ หรือ online publication มันไม่ค่อยที่จะจำเป็นที่จะต้องมี identifier ที่มาครอบอีกชั้น ยกเว้นเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างนึง

    จริงๆ อ่านตอนแรกชอบแนวคิดที่จะให้มีการ register เพื่อ preservation กับหน่วยงานกลางใดซักที่ มองมุมเดียวกันกับระบบปรกติว่า publisher หรือเจ้าของต้องส่งเอง แต่คงต้องหาแรงจูงใจเยอะพอสมควร
    แต่พอคิดอีกที
    คือ blog มันมีความเป็นส่วนตัวมากๆ ถ้าไม่ใช่ blog ที่เป็นหน่วยงานกลุ่มคนแล้ว บทที่จะมีสาระก็มี บางทีก็เรื่อยเปื่อย คงลำบากเหมือนกัน

  5. ผมใช้ ISBN ในการสั่งซื้อหนังสือครับ (อ้างถึง) เนื่องเพราะมันกระชับ ชัดเจน
    แต่ไม่ได้ใช้ในการค้นหา (ค้นคืน)

    ISBN นั้นไม่ได้ระบุ “เรื่อง” แต่ระบุ “เล่ม”
    คงไม่เหมาะกับการค้นหาเรื่องแน่
    แต่น่าจะเหมาะกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนหนังสือ (รหัสสินค้า)
    เพราะมันชัดเจนดี ปกแข็ง ก็รหัสนึง ปกอ่อน ก็อีกรหัส

    —-

    ในขณะที่ หนังสือที่พิมพ์ออกมา ต้องนำส่งจำนวนหนึ่ง ให้กับหอสมุดแห่งชาติ
    (ซึ่งก็จะเป็นคนดูเรื่อง catalogue ด้วย)
    แต่ ไดอารี่ บันทึกส่วนตัว นั้นไม่ต้อง
    บล็อกนี่มันก็กึ่ง ๆ แบบที่ |m Le’ chArt ว่า
    อาจจะต้องให้เจ้าของยินยอมก่อนมั๊ย ?
    (ในการอนุญาตให้จัดเก็บ – และนำไปสู่การออกหมายเลขอ้างอิง)

    แต่จะเอายังไงดี
    เพราะบันทึกส่วนตัวหลายชิ้น (ที่ไม่ได้ตีพิมพ์) ก็เป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
    และหลายชิ้นเจ้าของไม่ยอมเปิดเผยในระหว่างที่ชีวิตอยู่
    เพราะงั้นถ้าจะให้เจ้าของยินยอม เราก็จะเสียตรงนี้ไป

    เรื่องนี้คงเกี่ยวกับประเด็นที่ UNESCO เรียกว่า “Digital Heritage”

    เว็บไซต์นี่ดูจะล้มหายตายจาก หายไปได้ง่าย ๆ กว่าพวกสิ่งของที่หยิบจับได้

    ถ้าไม่อนุรักษ์รักษาไว้ เราก็จะสูญเสียหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ไปอย่างคืนย้อนมาไม่ได้
    และถ้าดูจากแนวโน้มที่ประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้น ถูกบันทึกเป็นดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องนี้ก็ยิ่งน่าเป็นห่วง

    ทำไมคุยเรื่อง identifier แล้วไปออกเรื่องนี้ – -“

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s