No Open Source, e-Book, and Digital Opportunity for Thailand

[Warning: This entry is real, not a joke]

The new Thai ICT minister recently gave a talk at the IT Press Club that he does not support e-Society and e-Book projects.

Keeping Digital Divide

Here is what I found about e-Society policy initiated by the previous government.

e-Society
This policy thrust focuses on promoting an improved quality of life and developing a Knowledge-Based Society by bridging the digital divide within Thai society. This will be achieved by developing an information infrastructure equally accessible to all; developing human resources skilled in IT; augmenting educational capacity to promote learning within society; creating and supporting opportunities to bridge the digital divide; developing IT systems to support learning communities; using IT to improve the quality of life through dissemination of and providing access to information; and creating a society through IT support of civil society initiatives.

Apparently he comes with the idea that technology is luxury asset. What he want to achieve is to expand fiber optic network throughout the country in order to increase broadband users double every year while the price decrease. I hope he is thinking about leapfrogging penetration. Note that only about 10% of Thai population go online (Source: NECTEC). If not, the disparity of those who have and have not access to Internet will be even larger.

Time to say good bye to e-Book
For e-Book project, he argued that it is bad for eyes and feel like reading a real book, according to Thairath. I just don’t want to criticize much about his opinion. Just a little comment that instead of getting rid of the project, I hope he could further discuss with Ministry of Science and Technology to work on promoting HCI issues in Thailand.

The Ending of Open Source
He gave a short note that he does not see much benefits of opensource!!!

“With open source, there is no intellectual property. Anyone can use it and all your ideas become public domain. If nobody can make money from it, there will be no development and open source software quickly becomes outdated,” he said.

Apart from Linux, he claimed that most open source software is often abandoned and not developed, and leads to a lot of low-quality software with lots of bugs.

“As a programmer, if I can write good code, why should I give it away? Thailand can do good source code without open source,” he said. [Source: Bangkok Post]

It seems likely what he focuses in his term is the “image” of the Ministry and the censorship of online information.

Once again, welcome to Thailand, land of egonomy.

[Source: Thairath on 11/10/06 and 11/13/06 and Bangkok Post on 11/15/06 via Blognone]

21 responses to “No Open Source, e-Book, and Digital Opportunity for Thailand

  1. “Anyone can use it and all your ideas become public domain.” – เอามาตรฐานตัวเองวัดคนอื่น

    “Thailand can do good source code without open source.” – Shit… มันรู้จักอะไรนอกจากรีโมททีวีรึเปล่าเนี่ย

  2. ผมรักประเทศไทย ประเทศเราเป็นประเทศที่มีเกษตรกรรมเป็นพื้นฐาน แต่บางครั้ง ความติดดิน รากฐานทางเกษตรกรรม และ ความเข้าใจในธรรมชาติของเราก็ก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน เช่นกรณีนี้เป็นบทเรียนที่ดีเราควรจะรู้ว่า เราไม่ควรใช้กระบือในการทำหน้าที่บางอย่าง

  3. อืม ไว้พวกคุณทำงานแล้วก็เขียน code แล้วก็ open
    แบบไม่เอาเงินนะครับ
    และถ้ามี bug ให้คุณตามแก้ คุณก็มาตามแก้นะครับ
    คุณจะทำหรือเปล่า

    คนเขียน linus ก็ไปทำงานแล้วกินเงินเดือนแล้ว

    ถ้าคุณบอกว่าช่วย ๆกันเขียน ความรับผิดชอบอยู่ตรงไหน
    ถ้าคุณเป็นคนใช้งาน ทั่วไปก็อาจจะยอมรับ sw open source ได้แต่ถ้าธุรกิจละ

    open source มีก็มีข้อจำกัด ข้อดีก็มี

    ถ้าคุณเก่ง คุณยังจะเลือก open source หรือเปล่าละถ้าตลาด ใช้งาน ms มากกว่า

    ลองคิดดูดีก่อนจะไปต่อว่านะครับ

  4. ^
    ^
    ^
    อย่าโง่ ดูออกมาจากกะลาบ้าง

    http://www.wordpress.org
    http://www.phpbb.com

    เขาไม่ได้ทำฟรีอย่างเดียว, เขาขาย service เช่น

    installation service
    upgrade service

    แล้วยังอื่น ๆ อีก

    open source ทำให้มีคนมาสร้างต่อเยอะมาก, เช่น Mod, ชัดเจนมากระหว่าง open source กับ close source

    ผมว่าคุณไปกินขี้ดีกว่าไหมครับ

  5. อีกเรื่องคือ MS, ทุกวันนี้ server ที่ใช้วาง hosting ใช้ linux มากกว่า MS อะครับ

    OK คุณอยากขายของเรื่องของคุณอะแต่คุณจะปิดกั้น Open source ผมว่าคุณคิดผิดอะครับ

  6. คุณ CC ข้างบน
    ความสำคัญของ Open Source ไม่ใช่อยู่ที่ตัวโปรแกรม เพราะมันแจกฟรี แต่สำคัญที่ข้อมูลที่รวบรวมได้จากโปรแกรมที่แจกฟรีนั่นต่างหาก

    ข้อมูลนะคุณ ข้อมูล มันทำเงินได้มหาศาล

    Google แจก Search Engine ให้ใช้ฟรี, แจก Google Map ให้ใช้ฟรี แล้วดูข้อมูลที่ Google เก็บได้สิ มีมูลค่าแค่ไหน ทำเงินให้ Google แค่ไหน

    Sun ก็จะทำ Java ให้เป็น Open Source

    ถ้า Open Source ไม่สำคัญ บริษัทใหญ่ๆ (ที่ไม่ใช่ Micro$oft) เขาคงไม่มุ่งไปทางนั้นหรอก

  7. ใช่ว่า opensource จะไม่สามารถทำรายได้ให้คนเขียนได้นะครับ เพียงแค่เราสามารถที่จะใช้ประโยชน์จาก opensource มาทำรายได้ของเราโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ในสิ่งที่เราไม่ได้สร้างขึ้นมาต่ะหาก ยกตัวอย่างคุณสามารถนำชุดโปรแกรม editor ที่เป็น opensource มาประกอบใน application ที่คุณสร้างเพื่อไว้รับข้อมูลเข้าระบบโดยที่คุณยังสามารถขาย application คุณได้แต่คุณจะขายส่วนที่เป็น editor ไม่ได้แค่นั้น

  8. อืม ผมว่ามันต้องแยกเป็นสองส่วนนะครับ ส่งเสริมการใช้งาน Open Source และส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์แวร์ Open Source ในเชิงต่อยอด

    ผมว่า Quote ที่เห็นจากสื่อหลายๆแห่งนั้นไม่ได้ชัดเจนตรงนี้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอีตารมต.แกหมายถึงตรงจุดไหน แต่ response เกือบทั้งหมดที่ผมเห็น มันมาจากส่วนหลังคือการไปช่วยพัฒนาหรือทำ Software Open Source ใหม่ๆขึ้นมา

    ถ้ารมต. แกพูดตีขลุมรวมๆสองเรื่องนี้ก็แสดงว่าทีม
    ที่ปรึกษาแกนี่ไม่ค่อยไหวเลย

    ส่วนเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์นี่แกคงยังยึดติดกับ
    โมเดลการรับผลประโยชน์จากการพัฒนาซอฟต์แวร์
    แบบเก่าๆน่ะครับ ยังงี้แหละครับแกก็เป็นผู้อาวุโสแล้ว

  9. ไม่อยากให้มองว่า opensource เป็นศัตรูกับ microsoft นะครับ มันคนละเรื่องกัน ไม่ได้เป็น mutual exclusion

    ไมโครซอฟท์เองก็มีผลิตภัณฑ์ที่เป็น opensource มีแล็บ linux ผมเคยคุยกับคนข้างในเค้าก็มีทัศนคติที่ดีกับ opensource พอสมควร

    เพียงแต่คนที่ใช้ไมโครซอฟท์นั่นแหละ…

  10. ใครเอาควา…. แก่ๆ มาเป็นรัฐ…มน …ตรี….
    อยาก….เอาหัวโขกกำแพงเหมือนกัน
    เราจะใช้โอเพ่นซอร์สจนตาย จนถึงชาติต่อๆ ๆ ไป โว๊ย…..

  11. ต้องให้ช่วยกันพูดอีกกี่ทีนี่ ถึงจะเลิกเข้าใจกันผิดๆ
    1) Open Source ไม่ใช่ Freeware หรือ public domain ที่จะทำแจกๆ แล้วเลิกไป Open Source จริงๆ เค้าทำเป็นกลุ่ม เป็นโครงการ มีการบริหารนะครับ ถ้าไม่เข้าใจ ลองเข้าไป http://www.sourceforge.net/ แล้วเลือกเข้าไปดูซัก project เอาตัวดังๆ ก็ได้ว่าเค้าทำงานกันอย่างไร
    2) Open Source ไม่ได้ห้ามขายนะ ขายได้ครับ ตั้งราคาไปเลย แต่ปกติต้องเพิ่มการสนับสนุนหลังการขายนะ เป็นการเพิ่มมูลค่า จึงจะขายได้ ไม่งั้นเค้าก็ไปดาวน์โหลดเองได้ ตัวไหนมีไลเซนส์บอกว่าห้ามขาย กลับขัดต่อหลักการของ Open Source ไปซะงั้น เช่นกรณี ThaiLatex ก็ต้องขอแก้ไลเซนส์กัน ไม่งั้นจะกลายเป็นซอฟต์แวร์ประเภท non-free ไม่ได้แปลว่าไม่แจกฟรี แต่หมายถึงซอฟต์แวร์ที่มีเงื่อนไขทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อิสระ คือเอาไปขายไม่ได้นั่นเอง
    3) Linus ถึงกินเงินเดือน เค้าก็ยังทำ kernel อยู่นิครับ ไม่ได้ห้าม ถึงเค้าเลิกทำ แต่โครงการก็ยังอยู่ ยังมีนักพัฒนาอีกมากที่ทำได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนๆ เดียว กลับกัน สมมติว่า MS ล้มละลาย แล้วใครจะสนับสนุนโอเอสที่คนใช้อยู่เป็นล้านล่ะ?
    4) ยิ่งเป็นคนเก่งจริง จะยิ่งอยากใช้โอเพนซอร์สครับ เพราะมีความยืดหยุ่นสูง คอนฟิกได้มาก ถ้าไม่ใช่โอเพนซอร์สจะรู้สึกอึดอัดด้วยซ้ำไป และลองไปดูที่ http://blognone.com/openletter ดูรายชื่อคนที่ใช้งานกันจริงๆ นะครับ

  12. ถึงคุณ cc ด้วยคน คุณมันคงไม่เข้าใจ open source
    จุดที่ 1 ที่คุณว่าเขียนโปรแกรมแล้วให้คนอื่นใช้ แบบ open source พอมีบั๊ก จะตามแก้หรือ
    ข้อนี้มันก็บอกว่าเป็น open source ซึ่งจะเป็นคุณหรือใครก็ได้ที่อยากจะแก้ ก็ไปแก้ซึ่งมันก็เปิดให้พัฒนาต่ออยู่แล้ว
    หรือไม่อยากแก้ก็ไม่ต้องแก้ เพราะมันก็เป็น open source
    สำหรับใครที่แก้เสร็จก็เปิด update ให้คนอืนต่อ หรือจะขี้เหนียวแบบคุณเก็บไว้เองก็ไม่เป็นไร
    และสำหรับองค์กรใด ที่นำไปใช้ก็สามารถให้โปรแกรมเมอร์ของตน ดัดแปลง source code ให้เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร นั้น ได้ หน่ะ
    บจ.ที่ผมอยู่ก็ใช้ open source ด้วยเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน และก็ไม่โง่ด้วย เป็นผู้นำด้านส่งออก อันดับ ที่ 2 ของประเทศด้วย

  13. Pingback: Thai Minister Admits “It May Be My Misunderstanding” « iTeau’s Dirt·

  14. I guess Khun cc have learnt something new from our well-informed readers here. You should also learn something from our new ICT minister as well, “Learn about things before you speak” (in Khun cc case, before you write).

    Oh well, I am not here to be more sacastic about to topic, just want to share the shame with everyone here. We are now /.’d as the country with the most ignorant ICT ministry :

    http://it.slashdot.org/article.pl?sid=06/11/16/0323202

    What a shame! What a geekily shame!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s